ตะลุยลุ่มเจ้าพระยา“ปากน้ำโพ”พิสูจน์มิตซูคู่กายใหม่
โดย - สุรัตน์ อัตตะ
แม้ทางการออกประกาศให้เกษตรกรงดทำนาปรังในลุ่มเจ้าพระยาฤดูแล้งปีนี้(2560)เพื่อลดการใช้น้ำและจะเก็บไว้เป็นต้นทุนสำหรับการอุปโภค บริโภค ตลอดจนรักษาระบบนิเวศน์หน้าแล้งหากฝนไม่ตกตามฤดูกาล ขณะที่การระบายน้ำจากเขื่อนหลักทั้ง 4 แห่งขณะนี้ก็เป็นไปอย่างเข้มงวด ทำให้สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยานับจากนี้ไปเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด
“ท่องโลกเกษตร”อาทิตย์นี้พาไปสำรวจเส้นทางน้ำลุ่มเจ้าพระยาตั้งแต่จุดกำเนิดบริเวณปากน้ำโพ ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับขบวนคาราวานมิตซูบิชิ มอเตอร์สร่วมฉลองครบรอบ 100 ปีมิตซูบิชิ ออโตโมบิลส์ สืบสาน 101 ปีเทศกาลตรุษจีนนครสวรรค์ บนเส้นทางประตูสู่ภาคเหนือกรุงเทพ-นครสวรรค์ รวมระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร หลังทุกคนมาพร้อมกันที่อาคาร FYI Center สำนักงานใหญ่มิตซูบิชิ มอร์เตอร์(ประเทศไทย) ย่านคลองเตย จากนั้นรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับสมรรถนะยนตรกรรม“ปาเจโร่ สปอร์ตและไทรทัน ใหม่”ที่ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางครั้งนี้จากกรรมการผู้จัดการใหญ่“มร.โมะริคาซุ ซกกิ”ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนคาราวานครั้งนี้
มร.โมะริคาซุบอกว่าการจัดคาราวานเส้นทางกรุงเทพฯ-นครสวรรค์กว่า 500 กิโลเมตรในครั้งนี้ต้องการให้สื่อมวลชนได้พิสูจน์สมรรถนะยนตรกรรมรถรุ่นใหม่กับ“มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ตและไทรทัน ใหม่”ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย คุ้มค่า หรูหรามีระดับ พร้อมเพลิดเพลินไปเพลินไปกับการเดินทางท่องเที่ยวเชิงวัฒณธรรม ภายใต้แนวคิด“100ปี มิตซูบิชิ ออโตโมบิลส์ สืบสาน 101 ปีตรุษจีนนครสวรรค์” เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีของรถยนต์มิตซูบิชิในปีนี้(ปี2560)เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประกอบด้วยมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ตใหม่ รถยนต์อเนกประสงค์เทคโนโลยีล้ำสมัย คุ้มค่า หรูหรามีระดับและมิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ รถกระบะพันธุ์แกร่งแห่งยุค ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.2 กิโลเมตต่อลิตร ด้วยเครื่องยนต์ MIVEC Clean Diesel 2.4 ลิตร 181 แรงม้าที่ตอกย้ำด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาวในการทดสอบการชนรถใหม่ในอาเซียน เอ็นแคป(ASEAN NCAP) ปี 2559 ที่ผ่านมา
หลังฟังบรรยายสรุปถึงสมรรถนะยนตรกรรมของผลิตภัณฑ์ทั้งสองของบริษัท จากนั้นคุณตุ๊ก พุทธชาติ แสนสะสม เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ จึงแนะนำรายละเอียการเดินทางตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงจุดปลายปลายทาง ก่อนได้เวลาเก้าโมงตรงตามกำหนดการ ทุกคนก็มาพร้อมกันที่หน้าตึก FYI ตั้งแถวขบวนรถเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง จากจุดเริ่มต้นเราใช้เส้นทางด่วนท่าเรือไปตามเส้นทางแจ้งวัฒนะ ลงทางด่วนที่ปลายทางวงแหวตะวันตก จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายเอเชียเพื่อมุ่งสู่จ.นครสวรรค์ เราใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งก็ถึงร้านกุ้งเผาทองชุป อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรีตามกำนดการเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ร้านอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้พเจา้พระยา มีเมนูเลื่องชื่อก็คือกุ้งเผา ใครมานั่งเป็นต้องสั่งทาน เมื่อมองไปยังลำน้ำจะสังเกตุปริมาณน้ำเจ้าพระยาในช่วงนี้เริ่มแห้งขอดและมีสีขุ่น
บริเวณปากทางเข้าร้านจะสังเกตุเห็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ฝีมือชาวบ้านนำมาวางขายอยู่เรียงรายเต็มไปหมด แต่ที่น่าสังเกตุปลาตากแห้งแดดเดียว สารพัดชนิดวางขายอยู่หลายเจ้า จากการสอบถามแม่ค้าบริเวณนั้นก็ได้รับคำตคอบว่าปลาส่วนใหญ่เป็นปลาจากธรรมชาติจับมาจากลำน้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากช่วงนี้น้ำเริ่มแห้งการหาปลาในลำน้ำก็หาง่ายมากขึ้น หลังอิ่มอร่อยมื้อกลางวันด้วยสารพัดเมนูปลา
จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังจุดหมายคือปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ โดยใช้เวลาชั่วโมงเศษ ก็ถึงศาลเจ้่าพ่อเทพารักษ์ เจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าเก่าแก่ประจำเมืองปากน้ำโพมากกว่า 100 ปี พร้อมสักการะเทพศักดิ์สิทธิ์ เทฟปิ่นโถ่วกง เทพกวนอูและเจ้าแม่ทับทิมขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนมาเดินสำรวจปริมาณน้ำบริเวณต้นแม่น้ำเจ้าพระยาหรือที่ชาวบ้านมักเรียกกันติดปากว่า“ปากน้ำโพ” ซึ่งสันนิษฐานน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่าปากน้ำโผล่ อันเป็นบริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำสองสายคือแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน สามารถเห็นสีที่แตกต่างกันของแม่น้ำแต่ละสายชัดเจน ระหว่างเดินสำรวจสองฝั่งลำน้ำเจ้าพระยาก็ได้สอบถามข้อมูลกับชาวบ้านในละแวกนั้นถึงสาเหตุที่ปริมาณน้ำแห้งผิดปกติในช่วงนี้
“ปีนี้น้ำลดเร็ว นี่เพิ่งผ่านปีใหม่ไปไม่ถึงเดือนน้ำเริ่มแห้งขอด อาจเป็นเพราะนโยบายรัฐที่ต้องการเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง จึงปล่อยน้ำจากเขื่อนลงมาน้อย แล้วก็ปีนี้นาปรังเขาก็ให้งด กลัวน้ำจะมีไม่เพียงพอ”ชาวบ้านในละแวกนั้นบ่นให้ฟัง พร้อมชี้ให้ดูสภาพน้ำทั้งสองสายก่อนมาบรรจบเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณดังกล่าว
จากข้อมูลกรมชลประทานล่าสุด(31ม.ค.60)ระบุสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง ทั้งประเทศขณะนี้มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 50,692 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 67 ของปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกันทั้งหมด และมีปริมาณน้ำใช้การได้ 26,872 ล้านลูกบาศก์เมตรวางแผนจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งทั้งประเทศ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 17,661 ล้านลูกบาศก์เมตร ผลการจัดสรรน้ำทั้งประเทศ ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้ว 8,387 ล้านลูกบาศก์เมตรคิดเป็นร้อยละ 47 ของแผนจัดสรรน้ำฯที่วางไว้ ส่วนการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศ พบว่ามีการทำการเพาะปลูกไปแล้ว 6.02 ล้านไร่ มากกว่าแผนที่วางไว้ 2.02 ล้านไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ทั้งนี้ข้อมูลยังระบุอีกว่า ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้วางแผนใช้น้ำจาก 4 เขื่อนหลัก(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) รวมกันทั้งสิ้น 5,950 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝน 3,754 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนการเพาะปลูกข้าวนาปรัง พบว่า ณ 25 ม.ค. 60 มีการปลูกไปแล้ว 4.62 ล้านไร่ มากกว่าแผนที่วางไว้ 1.95 ล้านไร่ (แผนที่วางไว้ 2.67 ล้านไร่) ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้ว 2,809 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 47 ของแผนจัดสรรน้ำฯที่วางไว้ ซึ่งต่ำกว่าแผนที่วางไว้ในช่วงเวลาเดียวกัน 146 ล้านลูกบาศก์เมตร และกรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำให้มีน้ำปริมาณน้ำคงเหลือ ณ 1 พ.ค. 60 ไม่น้อยกว่าแผนที่วางไว้เช่นกัน
หลังใช้เวลาเดินสำรวจลำน้ำเจ้าพระยาพอสมควรจากนั้นก็เดินทางกลับเพื่อความยิ่งใหญ่อลังการของขบวนแห่เจ้าแม่ เจ้าพ่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครสวรรค์และการเชิดมังกร-สิงโตในค่ำคืนนั้น ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯวันรุ่งขึ้น
..........................................................



