
รอพยานมัดไอ้โม่ง..."ข่มขืนนร." บ้านพักครู
ในที่สุดศาลชั้นต้นก็พิพากษาจำคุกอดีตครูสาวใน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ในคดีเป็นธุระจัดหาชักชวนลูกศิษย์วัย 11 ปี เป็นเวลา 10 ปี โดยทิ้งปริศนาไอ้โม่งที่ขืนใจเด็กสาวเอาไว้ให้ตำรวจไขความกระจ่าง ตราบเท่าที่ยังไม่หมดอายุความ !?!
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2550 เมื่อ "อัมพรทิพย์ สุทธิเวชกุล" อาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ชักชวนเด็กหญิงวัย 11 ปีไปนอนที่บ้านพัก แล้วกำชับไม่ให้ล็อกประตูและให้เปิดไฟทิ้งไว้ก่อนจะออกไปนอกบ้าน ต่อมามีคนร้ายสวมไอ้โม่งบุกเข้ามาข่มขืนเด็กสาว โดยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันนี้ถึง 2 ครั้ง 2 ครา กระทั่งเด็กตั้งท้องได้ 4 เดือน พฤติกรรมคุกคามทางเพศนี้จึงถูกเปิดเผย และกระบวนการเอาผิดผู้เกี่ยวข้องก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ทว่าผ่านไป 2 ปีมีผู้ต้องหาเพียงคนเดียวที่ถูกส่งฟ้องและศาลมีคำพิพากษาคืออดีตครูสาว ส่วนไอ้โม่งยังคงเป็นปมที่รอวันคลี่คลาย จากการพูดคุยกับ พ.ต.อ.ทรงยุทธ ซุยสูงเนิน ผกก.สภ.ชานุมาน บอกว่า คดีนี้ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อน ที่ผ่านมาได้ขอความร่วมมือจากผู้ต้องสงสัยกลุ่มหนึ่งที่ยินดีให้เจาะเลือดไปตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับลูกของเด็กสาวที่ตกเป็นเหยื่อแล้ว แต่ไม่ตรงกับผู้ต้องสงสัยรายใดเลย
เนื่องจากธรรมชาติของคดีข่มขืนกระทำชำเรา หากผู้เสียหายไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้ พยานและหลักฐานแวดล้อมในจุดเกิดเหตุเป็นสิ่งสำคัญที่จะใช้ปรักปรำคนร้าย แต่คดีนี้ผ่านไปนานกว่า 4 เดือนเรื่องจึงถูกเปิดเผยออกมา ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะแสวงหาพยานหลักฐานมาดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยอีกกลุ่มซึ่งยังไม่มีหลักฐานสาวไปถึง ประกอบกับการเจาะเลือดตรวจดีเอ็นเอต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวก่อน ด้วยเหตุนี้ตำรวจจึงทำอะไรได้ไม่มากเกี่ยวกับปริศนาไอ้โม่ง
คดีนี้มีการพูดคุยกันนอกวงสืบสวนว่า ตำรวจเองมีรายชื่อกลุ่มผู้ต้องสงสัยอยู่ในใจเหมือนกัน แต่ติดในขั้นตอนการพิสูจน์หาความจริง คือ จะขอความร่วมมือเจาะเลือดตรวจดีเอ็นเอก็คงจะไม่ยอม ครั้นจะใช้วิธีแอบเอาเส้นผมหรือเส้นขนไปตรวจเปรียบเทียบ ถึงแม้จะสามารถทำได้ แต่ก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอาจจะมีปัญหาตามมามากมาย หรือถ้าผลออกมาตรงกันก็ต้องหาพยานหลักฐานมาสนับสนุนยืนยันตัวคนร้าย สิ่งเดียวที่ทำได้คือการเฝ้าภาวนาว่าในอนาคตข้างหน้าจะมีพยานปรากฏตัวขึ้นมา แต่ทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็ส่งให้การทำงานของตำรวจยากอยู่ดี
...ด้านอัมพรทิพย์ หรือครูนิด วันนี้มีอายุได้ 44 ปี และพ้นจากการทำหน้าที่เรือจ้าง แม้ผู้พิพากษาศาลจังหวัดอำนาจเจริญ จะพิพากษาจำคุก 10 ปี แต่ก็ยังปรานีให้ประกันตัวออกมาชั่วคราวเพื่อเปิดโอกาสให้จำเลยได้ต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ "คม ชัด ลึก" มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอหลังกลับถึงบ้านได้ไม่นาน โดยเธอยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง และพร้อมจะสู้ต่อไปในชั้นอุทธรณ์และฎีกา จะไม่หลบหน้าไปไหนอย่างเด็ดขาด
"ฉันไม่มีความสุขเลยนะ ที่ไม่มีความสุขก็เพราะเป็นทุกข์ที่ตกเป็นจำเลยในคดีนี้ ยังโชคดีที่ลูกสาวสองคนซึ่งโตแล้วคอยให้กำลังใจ ทำให้ฉันพอมีความสุขบ้าง สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนหญิง ฉันขอยืนยันว่าไม่รู้เรื่องจริงๆ แต่ยอมรับว่าเคยมานอนที่บ้านของฉัน และฉันเองก็คุ้นเคยกับครอบครัวเด็ก สำหรับเรื่องคดีคงพูดมากไม่ได้ แต่ฉันยังเชื่อมั่นในความยุติธรรม"
แม้ในความหวังจะยังมีความค้างคาใจในหลากหลายประเด็น โดยเฉพาะเมื่อเธอยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าคนร้ายคือใคร หรือเกิดอะไรขึ้นกับเด็กสาวกันแน่ เพราะแม้แต่ตำรวจเองจะยังไม่ถึงกับอับจนหนทาง ทว่าก็ไม่อาจทำอะไรได้มากไปกว่าการรอคอยด้วยความหวังว่าจะมีสิ่งที่ทำให้คดีนี้กระจ่างชัดมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องราวของไอ้โม่ง
"ผลตรวจดีเอ็นเอครูผู้ชายที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยทุกคนออกมาว่า ไม่ใช่คนร้าย พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็ได้แต่เฝ้ารอความหวังว่าในที่สุดคนร้ายตัวจริงจะปรากฏตัวออกมา" ครูนิดครวญ
ปัจจุบันเด็กสาวที่ตกเป็นเหยื่อกามารมณ์ ได้ให้กำเนิดทารกเพศหญิง กระนั้นครูนิดก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้ทั้งแม่และลูกน้อยได้ หากว่าจะมีอะไรทำให้คดีนี้ชัดเจนออกมาก็จะเป็นเรื่องของศาล เป็นดุลพินิจของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์หรือถึงขั้นฎีกา ที่จะวินิจฉัยแปรเปลี่ยนคำตัดสิน หรือจะยังยืนคำพิพากษาเดิมเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของอนาคต
10164906 : (หมายเหตุ-เบลอหน้าให้ด้วยนะครับ) สภาพความเป็นอยู่ของเด็กสาวที่ตกเป็นเหยื่อและพ่อเมื่อครั้งออกมาเรียกร้องให้ครูผู้ชายตรวจดีเอ็นเอ



