ข่าว

 สุดถนนหลังแดนกำแพงกรรม

สุดถนนหลังแดนกำแพงกรรม

27 ส.ค. 2552

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ได้ประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติดด้วยการฉีดยา 2 ราย ถือเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่มีการแก้ไขกฎหมายประหารชีวิตด้วยการยิงเป้ามาเป็นฉีดยาเมื่อปี 2546

ประเทศไทยมีการประหารชีวิตนักโทษครั้งแรกเมื่อปี 2478 ด้วยการยิงเป้า มีนักโทษที่ถูกตัดสินตามคำพิพากษาของศาลเดินทางเข้าสู่หลักประหารแล้วหลายร้อยชีวิตตลอด 68 ปีที่ผ่านมา กระทั่งการเปลี่ยนกฎหมายมาเป็นการฉีดยาแทน นัยว่าดูโหดร้ายน้อยกว่าและมีมนุษยธรรม เหมือนกับนานาอารยประเทศที่เจริญแล้ว

 เท่าที่ดูจากสถิติของกรมราชทัณฑ์ พบว่านักโทษประหารส่วนใหญ่หรือเกินกว่าครึ่งต้องคดียาเสพติด นั่นบ่งชี้ให้เห็นว่าภัยคุกคามจากยาเสพติดนั้น รุนแรงและสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตข้างหน้า รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยต้องสูญเสียงบประมาณป้องกันและปราบปรามไปมากมายมหาศาล ข้าราชการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง สังเวยชีวิตไปกี่คนต่อกี่คนแล้ว

 ผมให้ความเคารพคุณเชาวเรศน์ จารุบุณย์ ในฐานะพี่ชายคนหนึ่ง ซึ่งได้ให้ข้อคิดดีๆ หลายอย่างในการดำเนินชีวิตประจำวัน จากประสบการณ์และหน้าที่รับผิดชอบ ทั้งในฐานะหัวหน้าฝ่ายวิเทศน์สัมพันธ์ เรือนจำกลางบางขวาง หรือแม้แต่ในฐานะเพชฌฆาตคนสุดท้ายที่ยังมีลมหายใจ บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจยิ่งเกี่ยวกับความดี ความชั่ว ซึ่งสะท้อนออกมาจากหน้าที่การงาน โดยเฉพาะการได้อยู่กับนักโทษประหารที่มองเห็นมรณกรรมอยู่เบื้องหน้า แทบทุกคนล้วนสำนึกหรือตระหนักรู้ถึงความผิดพลาดในอดีต

 ไม่ว่าจะเป็นมหาโจรใจคอโหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนาอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วเมื่อต้องเดินเข้าสู่หลักประหาร แทบไม่เคยมีใครทรงกายได้ บางคนฟูมฟายร้องขอโอกาสเพื่อการแก้ไขสิ่งต่างๆ แม้รู้ทั้งรู้ว่าเป็นการเปล่าประโยชน์ แต่ด้วยอนุสติก็ร่ำร้องเรียกหา "ชีวิต" ด้วยชีวิตที่กำลังจะดับสูญ

 สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าท้ายที่สุดแล้ว เมื่อยามสิ้นหวังอับจนหนทาง หากได้คิดตรึกตรองด้วยเหตุและผลและด้วยปัญญาแล้ว ทุกคนก็จะแยกแยะได้ถึงสิ่งผิด-ถูก สิ่งไหนควรทำไม่ควรทำ เหมือนกับนักโทษที่ก้าวเดินไปสู่หลักประหาร อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความตาย และการค้นหาความหมายที่แท้จริงของการมีชีวิตอยู่ แล้วทำไมถึงต้องรอให้วาระสุดท้ายมาถึงเสียก่อนจึงได้คิด สมควรคิดได้ก่อนถึงจะถูก

  ปัจจุบันกรมราชทัณฑ์ยังมีนักโทษประหารที่ต้องคำพิพากษาเด็ดขาดรออยู่ 127 ราย จากทั้งหมด 832 ราย ลองใช้ความผิดพลาดของพวกเขาเป็นบทเรียน เพื่อการดำรงอยู่อย่างรู้จักชีวิตดีกว่าไหมครับ !?!

 มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]