
เปิดจดหมายผู้บงการเหตุ 9/11เขียนถึงโอบามา
ชายที่อ้างว่าเป็นคนบงการเหตุ 9/11 ร่ายจดหมายยาว 18 หน้าถึงโอบามา แจงที่มาของวินาศกรรม 15 ปีก่อน เพราะนโยบายต่างประเทศสหรัฐ
คาหลิด เชค โมฮัมหมัด ผู้สารภาพบงการก่อเหตุวินาศกรรมโจมตีสหรัฐอเมริกาเมื่อ 11 กันยายน 2544 เขียนจดหมายความยาว 18 หน้ากระดาษ ลงวันที่ 8 มกราคม 2558 ถึงประธานาธิบดีบารัก โอบามา แต่เจ้าหน้าที่เรือนจำกวนตาโมไม่ได้ส่งตั้งแต่แรกเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นโฆษณาชวนเชื่อ กระทั่งผู้พิพากษาศาลททหารสั่งให้ส่งถึงทำเนียบขาว ก่อนโอบามาหมดวาระได้ไม่กี่วัน เนื้อความสำคัญในจดหมายที่หนังสือพิมพ์ ไมอามี เฮรัลด์ได้มา และเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 8 ก.พ.ตามเวลาสหรัฐ ระบุว่า "ไม่ใช่เราที่เป็นฝ่ายเริ่มทำสงครามกับท่านในเหตุการณ์ 9/11 แต่เป็นท่าน และเผด็จการของท่านในดินแดนของเรา”
เชค โมฮัมเหม็ด วัย 51 ปี ร่ายยาวถึงการแทรกแซงและการสังหารหมู่โหดเหี้ยมของอเมริกาในเวียดนาม เรื่อยไปจนถึงการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่เน้นเป็นพิเศษถึงชะตากรรมชาวปาเลสไตน์และการสนับสนุนที่สหรัฐมีให้กับอิสราเอลและยิวผู้ยึดครองดินแดน เป็นความชอบธรรมในการก่อวินาศกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดบนแผ่นดินสหรัฐ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตร่วม 3,000 คน
“อาชญากรรมสงครามในปาเลสไตน์ตั้งแต่ 1948 และสิ่งที่เกิดขึ้นในกาซาทุกวันนี้ คือสิ่งบ่งชี้ชัดเจนที่สุดว่าเหตุใด 9/11 จึงเกิดขึ้น และเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรที่เหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต” จดหมายระบุ
เชค โมฮัมเหม็ด ถูกจับกุมตัวได้ในปากีสถานเมื่อปี 2546 และเป็นผู้ต้องสงสัยที่ถูกสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ทรมานด้วยวิธีทารุณที่สุด รวมถึงกระดานน้ำ หรือ วอเตอร์บอร์ดดิ้งมากถึง 183 ครั้งระหว่างถูกขังในคุกลับซีไอเอในต่างประเทศ ก่อนนำตัวไปคุมขังในเรือนจำกวนตานาโมตั้งแต่ปี 2549 และระหว่างถูกสอบปากคำในปี 2550 เขาสารภาพว่าเป็นผู้บงการก่อวินาศกรรม 9/11 ทนายของเขากล่าวว่า ลูกความเริ่มร่างจดหมายฉบับนี้ช่วงปี 2557 ช่วงที่อิสราเอลถล่มฉนวนกาซ่าคร่าชีวิตพลเรือนจำนวนมาก และผิดหวังกับนโยบายสหรัฐ
แม้มีความเป็นไปได้ที่จะถูกตัดสินประหารชีวิต แต่เขาบอกในจดหมายที่จ่าหน้าถึง“หัวหน้าอสรพิษ ประธานาธิบดีแห่งประเทศกดขี่และทรราช”ด้วยว่าหากศาลสหรัฐตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต เขาก็จะมีความสุขกับชีวิตโดยลำพังในห้องขัง สำนึกผิดบาปต่อพระอัลเลาะฮ์ตลอดชีวิตที่เหลือ และหากถูกลงโทษประหาร จะสุขยิ่งกว่าเพราะจะได้เข้าเฝ้าพระเจ้า และได้พบกับมิตรสหายที่ถูกสหรัฐสังหารอย่างอยุติธรรมทั่วโลก รวมถึงเชค อุสมะ บิน ลาเด็น ผู้นำอัลกออิดะห์ ที่ถูกสหรัฐบุกสังหารในปากีสถานเมื่อปี 2554



