สาวพลัดตกรถไฟร้องขอเยียวยา
ครอบครัว ญาติ พาหญิงสาวพลัดตกรถไฟบาดเจ็บสาหัส ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม - เยียวยา จากการรถไฟแห่งประเทศไทย ยัน ไม่ได้ฆ่าตัวตาย
9 ก.พ. 60 นายวิทยา สายบัว กำนันตำบลป่าชัน พร้อมนายซัว สุดเสียงสังข์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านประทัดบุ รวมทั้งพ่อแม่ครอบครัวและญาติ นางสาวนิศาชล นพคุณ อายุ 21 ปี อาชีพรับจ้าง อยู่ บ้านปะทัดบุ ต.ป่าชัน อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ร่วมกันเข้ายื่นหนังสือผ่าน นายบรรจง จันทร นายสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ถึงผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย
เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม และขอความช่วยเหลือเยียวยาค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป เป็นค่าเดินทางไปรักษาพยาบาลที่เกิดจากอาการบาดเจ็บและค่าเสียโอกาส ที่จะได้รับจากการทำมาหากินระหว่างเจ็บป่วย รวมถึงค่าเสียความสามารถประกอบการงานในอนาคต และค่าทุกข์ทรมานจากเจ็บป่วย จากการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นเงิน 200,000 บาท หลังนางสาวนิศาชล ได้ใช้บริการเดินทางด้วยรถไฟจากอำเภอกระสัง จ.บุรีรัมย์ พร้อมกับนายธีระศักดิ์ รุยคง สามี อายุ 22 ปี และลูกรวม 3 คน เพื่อไปเยี่ยมบ้าน จุดหมายปลายทางสถานีบ้านพาชี อ.พาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับขบวนรถไฟที่ 146 อุบลราชธานี - กรุงเทพฯ
ต่อมาเมื่อรถไฟขบวนดังกล่าววิ่งถึงบุรีรัมย์ นางสาวนิศาชลได้ลุกจากที่นั่งเพื่อเดินไปเข้าห้องน้ำทำภารกิจส่วนตัวขณะรถไฟวิ่ง เมื่อถึงรอยต่อของโบกี้รถไฟรถเกิดการสั่นอย่างรุนแรง จนทำให้ขาดการทรงตัวเสียหลักพลัดตกจากประตูโบกี้บริเวณหน้าศูนย์การศึกษาเด็กพิเศษฯ ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดสติ หน่วยกู้ชีพเทศบาลอิสาณ นำส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ จากการตรวจร่างกายของแพทย์พบว่า ศีรษะแตกเย็บกว่า 10 เข็ม กระดูกไหปลาร้า - กระดูกซี่โครงหัก และตามตัว - แขน มีรอยฟกซ้ำตามลำตัว ทำให้ต้องรักษาตัวเองมาตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน ส่งผลกระทบกับครอบครัวที่มีฐานะยากจนอยู่แล้ว
จึงเดินทางมายื่นหนังสือผ่านนายสถานีรถไฟถึงผู้ว่าการการรถไฟ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสุดวิสัยในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือตนเองและครอบครัวในกรณีดังกล่าวด้วย พร้อมยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นการกระโดดรถไฟฆ่าตัวตายตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ
นางสาวนิศาชล กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลังจากพลัดตกรถไฟอาการยังไม่ดีขึ้น ต้องเดินทางเข้ามารักษาตัวและพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์มาตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน ทำให้ต้องสิ้นเปลืองค่าเดินทาง ทั้งทำให้เสียเวลาและโอกาสในการประกอบอาชีพ จนปัจจุบันนี้ไม่มีเงินที่จะใช้จ่ายในการเดินทางและใช้จ่ายในครอบครัวแล้ว ตนเองพร้อมครอบครัวและญาติจึงตัดสินใจเข้ายื่นหนังสือผ่านนายสถานีรถไฟบุรีรัมย์ถึงผู้ว่าการการรถไฟ เพื่อขอความเป็นธรรมและความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ด้านนายสถานีรถไฟบุรีรัมย์ กล่าวว่า จะส่งหนังสือไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อให้คณะกรรมการและผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศได้เร่งพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามข้อเรียกร้องของนางสาวนิศาชล และครอบครัว คลายความเดือดร้อนดังกล่าวที่เกิดขึ้นต่อไป



