ข่าว

ล่า"อำรัน มิง"แกนนำrkkคาร์บอมบ์ร้านอาหารนรา

ล่า"อำรัน มิง"แกนนำrkkคาร์บอมบ์ร้านอาหารนรา

26 ส.ค. 2552

"อภิสิทธิ์"จี้การข่าวยกครื่องปิดจุดบอด ล่า "อำรัน มิง" แกนนำอาร์เคเค ภาพวงจรปิดมัดก่อเหตุคาร์บอมบ์ร้านอาหารกลางเมืองนรา เผยประวัติโชกโชนเจอหมายจับหลายคดี ป่วนอีก บึ้มรถหุ้มเกราะรีว่า ฉก.ยะลา 15 โชคดีไร้คนเจ็บ แฉกลุ่ม "มะแซ อุเซ็ง" จ้องป่วนซ้ำ

 ความคืบหน้าเหตุคนร้ายนำระเบิดขนาดกว่า 50 กิโลกรัม ซุกในรถกระบะจอดไว้ข้างกำแพงร้านอาหารสวนกล้วย เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 43 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐทั้งนายอำเภอ ผู้พิพากษา แพทย์ และกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (รอง ผบก.ภ.จว.) นราธิวาส และ พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้ากองวิทยาการจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เก็บรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ เพื่อนำไปตรวจสอบว่ามีการโทรศัพท์ไปหาผู้ใดบ้าง

 ส่วน พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มาตรวจที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมและหาดีเอ็นเอของคนร้าย ซึ่งอาจยังมีอยู่ในที่เกิดเหตุเช่นกัน

 ขณะที่เจ้าของร้านสวนกล้วยประกาศปิดกิจการเป็นการชั่วคราว 7 วัน เพื่อซ่อมแซมความเสียหายทั้งหลังคา กำแพงรั้ว ฝาผนัง โต๊ะอาหาร คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนบาท

 ต่อมา พ.ต.อ.สมพงษ์ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี เพื่อวางแผนและวางแนวทางในการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายซึ่งมีอย่างน้อย 2 คน ด้วยการเปิดภาพโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งไว้ภายในร้านอาหารสวนกล้วยและเสาไฟฟ้ามุมกำแพง พบว่ามีชายฉกรรจ์ที่สวมกางเกงขายาว เสื้อคอกลมสีขาว ทับด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทา สวมหมวกสีดำอำพรางใบหน้า อายุระหว่าง 25-30 ปี สูงประมาณ 170 เซนติเมตร โดยภาพวงจรปิดบันทึกเวลาไว้ที่ 12.16.45 น. ถึง 12.17.45 น. ที่ผู้ต้องสงสัยได้เดินปะปนกับชาวบ้านเข้าไปซื้อกับข้าว 1 ถุง ภายในร้ายสวนกล้วย หลังจากขับรถกระบะที่บรรทุกระเบิดมาจอดที่หัวมุมกำแพง

 จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทยอยเรียกพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์มาชี้ภาพโทรทัศน์วงจรปิด พยานส่วนใหญ่จำได้ชัดเจนว่า ผู้ต้องสงสัยในภาพวงจรปิดเป็นคนร้ายที่ขับรถยนต์มาจอดจริง เจ้าหน้าที่ได้เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดนราธิวาส เพื่อออกหมายจับคนร้ายในช่วงเย็นวันนี้ซึ่งมี 2 คน หนึ่งในสองคนร้ายคือ นายอำรัน มิง อายุ 27 ปี ชาว ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

 ทั้งนี้ นายอำรัน เป็นแกนนำกลุ่มอาร์เคเค มีหมายจับคดีก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ อ.ระแงะ อ.ยี่งอ และ อ.เมือง จ.นราธิวาส หลายคดี เช่น คดียิงถล่มรถครูที่ อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 1 คน คดีลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ข้าง สภ.ยี่งอ หลังเก่า อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีก 21 คน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน คดีขี่รถจักยานยนต์บอมบ์มาวางระเบิดที่หน้าตลาดสดเทศบาลเมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม รวมทั้งคดีใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดิน จ.ปัตตานี เสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

 ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 2 คน คาดว่าเป็นสมุนของนายอำรัน ซึ่งผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน หลังเกิดเหตุระเบิดแล้วได้ขับรถย้อนกลับมาดูในที่เกิดเหตุและท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เครื่องทีจี 200 ปรากฏว่า เครื่องชี้ไปที่ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนทันที เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด ยังอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนขยายผล

 อย่างไรก็ตาม หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ปล่อยผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน เนื่องจากขาดหลักฐานว่าเกี่ยวข้องในการก่อเหตุครั้งนี้

 ด้าน พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) กล่าวว่า เหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่ จ.นราธิวาส ขณะนี้ทราบตัวคนก่อเหตุแล้ว เพราะในจุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดอยู่ 3-4 ตัว โดยผู้ก่อเหตุเป็นชุดเดียวกับที่เคยก่อเหตุใน อ.ยี่งอ ทราบชื่อคือ นายอำรัน ซึ่งได้ขออนุมัติออกหมายจับไปแล้ว ขณะนี้ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ออกติดตามไล่ล่า แต่การติดตามก็ยากกว่าปกติ เนื่องจากคนร้ายได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และพร้อมที่จะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว

มอบเงินเหยื่อคาร์บอมบ์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล รองผู้ว่าฯ นราธิวาส มามอบเงินเยียวยาให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดด้านข้างร้านอาหารสวนกล้วย ซึ่งมีผู้บาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์จำนวน 13 คน ในจำนวนนี้มี นายสุรชัย ชวาลารัตน์นายอำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ในวันนี้

 ส่วนผู้บาดเจ็บทางจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเงินเยียวยาในเบื้องต้นรายละ 1 หมื่นบาท จำนวน 11 คน และ 3 หมื่นบาท 2 คน ขณะเดียวกันนายเมธา เมฆารัฐ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส มอบเงินเยียวยาเบื้องต้นให้ 13 คน คนละ 2,000 บาท

 นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ส่งผู้บาดเจ็บไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์หาดใหญ่ จ.สงขลา อีก 1 คน เป็นหญิงสาวถูกแรงอัดระเบิดจนจมูกหัก ส่วนที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลได้มีกำลังทหารนำรถฮัมวี 4 คัน มาคุมกันอย่างเข้มงวดหวั่นคนร้ายก่อเหตุบึ้มซ้ำอีก

ขรก.ผวาห่อข้าวมากินที่ทำงาน

 ส่วนบรรยากาศการขายอาหารในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เป็นไปด้วยความเงียบเหงา เนื่องจากร้านค้าของชาวไทยมุสลิม โดยเฉพาะร้านขายอาหารได้หยุดขายอาหารทุกประเภทในช่วงกลางวัน เพราะอยู่ในช่วงการถือศีลอด ขณะที่ร้านขายอาหารของชาวไทยพุทธบางส่วนได้พากันปิดร้าน เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย ขณะที่ข้าราชการส่วนใหญ่ไม่กล้าออกจากสำนักงานมารับประทานอาหารตามร้านค้า แต่ได้โทรสั่งอาหารบรรจุกล่องไปรับประทานในสำนักงานแทน

ระเบิดทหารพรานชุดรปภ.ครูเจ็บ1

 เมื่อเวลา 15.30 น. พ.ต.ท.นริศ กะเจ สารวัตรเวร สภ.บ้านโสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุระเบิดทหารพรานที่ถนนสายบ้านโสร่ง-ยะลา บ้านต้นตำเสา หมู่ 5 ต.เข้าตูม อ.ยะรัง มีผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อคือ อาสาสมัครทหารพรานสุทีป ธาโว สังกัดกรมทหารพรานที่ 4316 ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าลำตัวหลายแห่งบาดเจ็บสาหัส

 สอบสวนทราบว่า ขณะที่ทหารพราน 6 นาย กำลังเดินลาดตระเวนเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่คณะครูที่กำลังเดินทางกลับบ้าน ปรากฏว่า ช่วงที่อาสาสมัครทหารพรานสุทีปเดินตรวจเส้นทาง คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม จุดชนวนด้วนรีโมทคอนโทรลวางไว้ริมถนน จนเกิดเสียงดังสนั่น แรงระเบิดทำให้สะเก็ดระเบิดถูกลำตัวจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ยะลาบึ้มรถรีว่า-ไร้คนเจ็บ

 สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ยังคงคุกรุ่น เมื่อเวลา 08.25 น. ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดรถยนต์หุ้มเกราะ (รีว่า) ของเจ้าหน้าที่ทหารร้อย.ร.2533 ฉก.ยะลา 15 ชุดรักษาความปลอดภัยครู ที่ถนนหมู่ 13 บ้านฮูแตปูโละ ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จากนั้น พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา นำกำลังตำรวจประสาน พ.ท.นิติ ติณสูลานนท์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 15 และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา รุดไปตรวจสอบ

 ที่เกิดเหตุเป็นถนนเข้าไปในหมู่บ้าน ห่างจากถนนสายยะลา-บันนังสตา เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร พบหลุมที่เกิดจากแรงระเบิดกว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร ห่างจากหลุมระเบิดพบรถยนต์หุ้มเกราะรีว่า หมายเลข 23821 ได้รับความเสียหายเล็กน้อยที่บริเวณล้อหน้าด้านซ้าย ใกล้กันพบเศษกล่องเหล็กที่คนร้ายใช้บรรจุระเบิดและเศษสายไฟลากเข้าไปข้างถนนยาวประมาณ 100 เมตร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องชนิดอีมัลชั่น บรรจุในกล่องเหล็กน้ำหนักประมาณ 5-7 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยระบบแบตเตอรี่

 จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ ส.อ.วันโชค มีด้วง ทหารสังกัดร้อย.ร.2533 ฉก.ยะลา 15 ขับรถยนต์หุ้มเกราะรีว่า มาพร้อมเจ้าหน้าที่ทหารรวม 6 นาย ลาดตระเวนเส้นทางเพื่อรักษาความปลอดภัยครู เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งซุกระเบิดเอาไว้ใต้ผิวถนน ได้จุดชนวนระเบิดขึ้นทันที ทำให้รถยนต์หุ้มเกราะรีว่าได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย ส่วนทหารทุกนายปลอดภัย

 ทั้งนี้ รถยนต์หุ้มเกราะรีว่าถูกนำมาประจำการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา โดยรถยนต์หุ้มเกราะคันดังกล่าวมีราคาสูงถึงคันละ 12 ล้านบาท และเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกของรถรีว่าที่ถูกระเบิด แต่แรงระเบิดทำให้รถได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 หลังเกิดเหตุสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายะลา เขต 2 สั่งให้โรงเรียนในพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ 4 แห่ง หยุดการเรียนการสอนในวันนี้ (26 ส.ค.) ทันที ได้แก่ โรงเรียนนิคมพัฒนาวิทย์ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ 1 โรงเรียนบ้านคีรีราชพัฒนา และโรงเรียนบ้านกือลอง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา

แฉกลุ่ม"มะแซ อุเซ็ง"จ้องป่วน

 นายเมธี กาญจนภูวะ นายอำเภอบันนังสตา กล่าวว่า เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดที่ถนนบ้านฮูแตปูโละ ต.ตลิ่งชัน เป็นการพุ่งเป้าทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ หรือกองกำลังที่ปฏิบัติหน้าที่ และสร้างกระแสความหวาดกลัวไปถึงประชาชนในพื้นที่ให้รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลตัวเองและตกเป็นเหยื่อในการสร้างสถานการณ์ แล้วจะดูแลชาวบ้านได้อย่างไร

 "จากการเกาะติดความเคลื่อนไหวของหน่วยข่าวพบว่า กองกำลังของผู้ก่อการที่พยายามเคลื่อนไหวในพื้นที่บันนังสตา เป็นเครือข่ายของกลุ่มนายมะแซ อุเซ็ง ที่ยังคงความพยายามต่อสู้ และต่อต้านอำนาจรัฐที่สามารถเข้าถึงมวลชนได้มากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา" นายเมธีกล่าว

 นายอำเภอบันนังสตากล่าวอีกว่า จากสถิติพบว่าในเดือนรอมฎอนปีนี้ แนวโน้มความรุนแรงที่ฝ่ายคนร้ายสร้างขึ้นมีอัตราถี่และรุนแรงมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดให้มากขึ้น

ซุ่มยิงถล่มผู้ใหญ่บ้านหวิดดับ

 เมื่อเวลา 12.10 น. ร.ต.ท.สุรัตน์ จันทร์จ้า ร้อยเวร สภ.ยะหา จ.ยะลา นำกำลังเข้าตรวจสอบที่บริเวณหัวสะพานคลองน้ำขุ่น หมู่ 5 ต.บาโระ อ.ยะหา หลังรับแจ้งว่า นายแวแซ บาโงปาแต อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านบาจุ ต.ปะแต อ.ยะหา ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนดักยิงใส่รถยนต์หลายนัด ห่างจากจุดตรวจตำรวจประมาณ 800 เมตร

 ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนอาวุธปืนสงครามไม่ทราบชนิดตกอยู่ 4 ปลอก ส่วนรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ สีแดง ทะเบียน กน 7206 สงขลา ของนายแวแซ มีรอยกระสุนปืนพรุนทั้งคัน

 นายแวแซกล่าวว่า ขณะขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ โดนถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มรออยู่ที่สวนยางพาราข้างทางใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่จึงยิงตอบโต้ แล้วเร่งเครื่องยนต์หนีไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

คาดบึ้มยะลา 2 จุดปลายเดือนนี้

 พล.ต.ต.สายันต์ กระแสแสน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กล่าวถึงการเตรียมรับสถานการณ์ความรุนแรงว่า เจ้าหน้าที่การข่าวของ ศปก.ตร.ศชต. รับทราบกระแสข่าวที่กลุ่มก่อความไม่สงบพยายามจะใช้ระเบิดซุกซ่อนในรถยนต์ หรือคาร์บอมบ์นำเข้าไปก่อเหตุในพื้นที่ 2 แห่ง คือเขตเทศบาลนครยะลา และเทศบาลตำบลยะหา อ.ยะหา ในสัปดาห์สุดท้ายเดือนสิงหาคมนี้

"นายกฯ"จี้การข่าวประเมินจุดบอด

 เมื่อเวลา 09.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่ จ.นราธิวาส ว่า ที่จริงการข่าวรายงานอยู่แล้วว่าเดือนนี้น่าจะเกิดเหตุในลักษณะรุนแรงมากขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังให้ดีขึ้นและโดยทั่วไปนั้นเป็นกลุ่มเดิมที่เคยลงมือและอยู่ในพื้นที่ และวันนี้จะได้รับรายงานทั้งหมด รวมทั้งประเมินจุดบอดในการทำงานด้วย

 "ทราบในเชิงการข่าวว่า จะมีการเคลื่อนไหวที่ใช้ความรุนแรงมากขึ้นในช่วงนี้ เพราะจะเป็นจุดหนึ่งที่ถูกใช้เป็นเงื่อนไขให้แนวร่วมออกปฏิบัติการณ์ต่างๆ โดยผมจะหารือเรื่องนี้กับฝ่ายความมั่นคงต่อไป" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 ส่วนวิธีการที่กลุ่มก่อความไม่สงบใช้นั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องวิเคราะห์วิธีการที่ใช้โจมตีเป้าหมาย เพราะต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถป้องกันได้ทุกที่และตลอดเวลา

 ส่วนที่ฝ่ายข่าวกรองเคยวิเคราะห์ว่าเป้าหมายคือเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ตอนนี้ไปเกิดกับประชาชนนั้น นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่า ใช่ จึงต้องมาวิเคราะห์และปรับปรุง

 "การข่าวต่างๆ ต้องทำงานให้ละเอียดขึ้นและด้านอื่นๆ ด้วย รวมทั้งการเคลื่อนที่เข้าไปหาเป้าหมายให้เร็วยิ่งขึ้น ผมกำลังให้ฝ่ายความมั่นคงประเมินเข้ามาทั้งหมด" นายอภิสิทธิ์กล่าวย้ำ

“สุเทพ”เล็งลงใต้ย้ำใช้มาตรการเข้ม

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ จ.นราธิวาส เป็นตัวอย่างว่าฝ่ายที่ตั้งรับและฝ่ายที่แก้ไขปัญหาก็เสียเปรียบ แต่จะพยายามกวดขันดูแลให้เข้มข้นยิ่งขึ้น คงต้องประชุมฝ่ายทำงานเป็นระยะๆ และต้องลงไปในพื้นที่เป็นระยะๆ พอดีช่วงนี้มีปัญหาอยู่ที่กรุงเทพฯ จึงต้องแก้ปัญหาที่กรุงเทพฯ ไปด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายความมั่นคงยืนยันว่าสถานการณ์ดีขึ้น จำนวนก่อเหตุลดลง แต่เวลานี้เป็นช่วงรอมฎอนยังมีเหตุรุนแรง นายสุเทพกล่าวว่า เมื่อคิดถึงจำนวนของการก่อเหตุทั้งหลายลดลงจริงๆ แต่ฝ่ายผู้ที่ก่อการร้ายเขาพยายามที่จะทำให้ภาพของสถานการณ์ที่นั่นรุนแรง เขาก็ดิ้นรน เราก็พยายามทำงานของเราให้ดีมากขึ้น