ข่าว

หญิงวัย 51 ปีรำพันแลกชีวิตกับในหลวงร.9 ได้ก็ยินดีเสมอ

หญิงวัย 51 ปีรำพันแลกชีวิตกับในหลวงร.9 ได้ก็ยินดีเสมอ

09 ก.พ. 2560

ยอดรวมประชาชนมาถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 รวม 98 วัน 4,197,903 คน

   สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวังวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เวลา 04.45 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศกันอย่างต่อเนื่องด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น หลายคนมาเป็นครั้งแรกและตั้งใจจะมาอีกหากมีโอกาส ขณะที่ประชาชนจำนวนไม่นอนที่มามากกว่า 1 ครั้ง

หญิงวัย 51 ปีรำพันแลกชีวิตกับในหลวงร.9 ได้ก็ยินดีเสมอ

ปัทมา ม่วงศรี

  นางสาวปัทมา ม่วงศรี อายุ 55 ปี พยาบาลโรงพยาบาลปทุมธานี เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระเจ้าอยู่หัวเป็นครั้งแรก โดยเดินทางมาจากบ้านพักใน จ.ปทุมธานี ตั้งแต่ 09.00 น.เผยว่า ตั้งใจมากราบลาพระเจ้าอยู่หัวเป็นครั้งสุดท้าย เพราะที่ผ่านมาทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อคนไทยและประเทศไทยมาตลอด

   “เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ.2517 ตอนนั้นยังเรียนอยู่ชั้น ป.4 เคยมีโอกาสรับเสด็จพระองค์ท่าน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัคราชกุมารี ในโอกาสที่เสด็จฯ ไปทำบุญวันคล้ายวันประสูติเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ ที่วัดมะขาม จ.ปทุมธานี ครั้งนั้นได้เห็นพระองค์ท่านใกล้มากพร้อมทั้งเปล่งเสียงทรงพระเจริญ พระองค์ท่านทรงหันพระพักตร์มามองแล้วทรงตรัสชมว่าเก่ง ซึ่งเราดีใจมากและยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้เป็นอย่างดี รวมถึงพระจริยวัตรอันงดงามที่ทรงเสียสละเพื่อคนไทยตลอดมา โดยส่วนตัวยังได้น้อมนำแนวพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต ด้วยการใช้จ่ายอย่างประหยัด ทั้งยังพยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นให้มากที่สุด” พยาบาลสาวกล่าวด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

หญิงวัย 51 ปีรำพันแลกชีวิตกับในหลวงร.9 ได้ก็ยินดีเสมอ

ยลศรี นาคพงศ์-ชุรีวรรณ จินตกวีวัฒน์-วรรณี บัณฑิตไทย-ฐาปนี พงษ์นุ่มกุล

   นางยลศรี นาคพงศ์ เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนๆ อีก 3 คน คือ นางชุรีวรรณ จินตกวีวัฒน์ นางสาวฐาปนี พงษ์นุ่มกุล และนางวรรณี บัณฑิตไทย กล่าวว่า ตั้งใจมากราบสักการะพระบรมศพพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 พร้อมอธิษฐานขอให้ไปสู่สรวงสวรรค์ และหากตัวเองมีโอกาสได้เกิดอีกครั้งก็ขอให้ได้เกิดมาเป็นคนไทยใต้เบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่านตลอดไป

   ด้านนางวรรณา กล่าวเสริมว่า เมื่อปี พ.ศ. 2519 ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งที่สำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำความรู้สึกได้ชัดเจนว่า ดีใจและภาคภูมิใจมากๆ จนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ 

   นางมนชนก อินทราช วัย 51 ปี ชาวจังหวัดสงขลา เดินทางมาพร้อมเพื่อนบ้านรวม 52 คนโดยรถบัสโดยสารจำนวน 2 คันรถ เดินทางออกจาจังหวัดสงขลาตั้งแต่คืนวันที่ 7 และมาถึงกรุงเทพมหานครกลางดึกวันที่ 8 และเข้าพักที่โรงแรมใกล้ท้องสนามหลวง กระทั่งเช้าวันที่ 9 จึงมาต่อแถวที่สนามหลวงตอน 07.00 น.แล้วได้ขึ้นสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตอน 11.00 น. กล่าวถึงความรู้สึกหลังได้สักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตของตัวเอง แต่ความรู้สึกในครั้งนี้ก็ไม่ต่างจากครั้งก่อน มีแต่ความรู้สึกเสียใจ รักในหลวงรัชกาลที่ 9 มากไม่คิดว่าพระองค์ท่านจะเสด็จสวรรคต ถ้าเป็นไปได้ถ้าชีวิตของเราสามารถต่อพระชนมายุของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ก็ยินดี เพราะที่ผ่านมาพระองค์เปรียบเสมือนเทวดาเดินดินที่ทรงคอยบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรของตัวเองให้มีชีวิตกินดีอยู่ดี เมื่อปีที่ประเทศไทยประสบกับภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่พระองค์ท่านก็ได้ก็ได้พระราชทานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิตให้แก่ชาวไทยทุกคนจนผ่านพ้นวิกฤติร้ายนั้นมาได้

   “เคยมีโอกาสได้รับเสด็จฯ ในหลวง ร.9 ครั้งหนึ่งเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ตอนนั้นท่านเสด็จฯ พร้อมพระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ไปที่ จ.ปัตตานี ถึงแม้ว่าจะรับเสด็จฯ ในระยะไกล แต่จำได้ว่าพระพักตร์ ของพระองค์ช่างสดใสและผ่องยิ่งนัก พระพักตร์เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา จากนี้ไม่มีพระองค์ท่านอีกต่อไปแล้ว แต่เราจะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงมาใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตไม่ฟุ้งเฟ้อ ประหยัดอดออมมีแค่ไหนก็ใช้จ่ายเท่านั้น ไม่สร้างหนี้สิน แล้วก็จะสอนให้ลูกหลานใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เพื่อตามรอยพ่อหลวงอีกด้วย”นางมนชนก กล่าวด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้ม

    ทั้งนี้สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.10 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 36,489 คน รวม 98 วัน มี 4,197,903 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,929,876.75 บาท รวม 98 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 353,691,491.09 บาท