
กษิตย้ำจนท.กงสุลเชื่อมั่นการเมืองไทยยังแข็งแกร่ง
กษิตย้ำ จนท.กงสุลเชื่อมั่นการเมืองไทยยังแข็งแกร่ง เตรียมแจงครม.ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ให้สถานทูตตปท.ในไทยรับทราบ
(26ส.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ ปาร์ค นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวเปิดงานการประชุมเจ้าหน้าที่กงสุลทั่วโลก ประจำปี 2552 ในวันที่ 24 - 29 ส.ค.นี้ ตอนหนึ่งว่า กระทรวงการต่างประเทศและกรมการกงสุลมีหน้าที่ให้บริการกับประชาชนและสังคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทูตเพื่อประชาชน โดยถือได้ว่าประชาชนเปรียบเสมือนเป็นเจ้านายที่ภาครัฐจะต้องตอบสนองความต้องการให้ดีที่สุด อีกทั้ง ตนอยากจะให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ในการทำงาน และอยากจะให้ภาครัฐออกไปหาประชาชน ร่วมกันทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คนไทย
รมว.ต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในการเมืองไทยว่ามีเสถียรภาพ มีความแข็งแกร่ง และจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรืออุบัติเหตุทางการเมืองใดๆตามที่มีข่าวออกมา อีกทั้งขอให้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เป็นการทูตเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งการให้ความสะดวกแก่ประชาชนในด้านต่างๆ เพราะรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐบาลที่ใสสะอาดและมีความโปร่งใส ซึ่งตนก็มีความสบายใจและสุขใจมากที่ได้ทำงานกับนายกรัฐมนตรีคนนี้
นายกษิต กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังได้มีการหารือกับกระทรวงมหาดไทยในเรื่องการต่ออายุบัตรประชาชนของผู้ที่อาศัยอยู่ต่างพื้นที่ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาจากต่างประเทศ หรือต่างจังหวัดเพื่อเข้ามาที่กรุงเทพฯ เพราะขณะนี้ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีมีมากขึ้น และยังได้มีการหารือกับบริษัทเอกชนถึงการเลือกตั้ง โดยจะให้มีการลงคะแนนเสียงโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ที่อยู่ต่างประเทศ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและมีส่วนร่วมในวิถีทางทางการเมือง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติบ้านเมืองด้วย
จากนั้น นายกษิต ได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้งภายหลังการเปิดการประชุม ว่า ตนได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าข่าวสารที่ออกไปถึงพวกเขานั้น อาจไม่เป็นความจริงหรือเกินเลยข้อเท็จจริงไปบ้าง ตนจึงมายืนยันข้อเท็จจริงเพื่อให้เขาเกิดความสบายใจ
เมื่อถามถึงการชี้แจงต่อต่างประเทศให้ทราบถึงการที่รัฐบาลไทยประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในพื้นที่เขตดุสิต ระหว่างวันที่ 29 ส.ค. - 1 ก.ย.นี้ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ทางกระทรวงฯจะชี้แจงเรื่องนี้ต่อประเทศต่างๆผ่านสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศในไทย ซึ่งเพิ่มเติมจากที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เคยแถลงไปแล้ว
ต่อข้อถามว่าการใช้พ.ร.บ.ดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 15 ในเดือน ต.ค.นี้ด้วยหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ต้องย้อนไปถามกลุ่มคนเสื้อแดง หรือคนที่ก่อกวนในตอนนี้ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร ที่เขาประท้วงแล้วประท้วงอีก ตั้งหน้าทำการประท้วงนั้นเมื่อไทยได้มีโอกาสเป็นประธานการประชุมครั้งสำคัญๆ ได้สร้างอะไรให้ประเทศบ้าง นอกจากจะเป็นการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว การลงทุน และเศรษฐกิจ แต่ตอนนี้เศรษฐกิจของไทยกำลังจะดีขึ้นและมีการปรับตัวหลายๆอย่างแล้ว เขาก็น่าจะไปใช้ช่องทางผ่านผู้แทนของตัวเองในสภาผู้แทนราษฎร



