
บำเพ็ญกุศลถวายในหลวงรัชกาลที่ 9
สำนักพระราชวัง เปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.50 น.ให้ประชาชนเข้าไปรอขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ บำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง นับเป็นวันที่ 18 หลังเสร็จสิ้นพิธีหลวง หรือพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร(100 วัน) ถวายพระบรมศพ การนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ภาคเอกชนและองค์ต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยแบ่งออกเป็น 4 รอบ เวลา 10.00 น., 14.30 น., 17.00 น. และเวลา 19.00 น. รอบละ 11 คณะ คณะละ 50 คน หมุนเวียนจนกว่าจะครบจำนวนเจ้าภาพตามที่แสดงความจำนง
เวลา 10.00 น.พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดบางนานอก วัดเทพลีลา วัดศรีเอี่ยม และวัดคลองเทพโลก สวดพระพุทธมนต์ รับถวายภัตตาหารเพล โดยมี ชุมชนสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด,สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสงขลา จำกัด, สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย,สหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้านครหลวง จำกัด, ชุมชนสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด, สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด, (สอ.กฟผ.) ชุมชนสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค จำกัด, โรงเรียนสยามคอมพิวเตอร์และภาษา, วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ นนทบุรี และวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ และสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุโขทัย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศล
เวลา 14.30 น. นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานบำเพ็ญกุศล โดยพระสงฆ์ 10 รูป จากวัดบางนานอก, วัดเทพลีลา,วัดศรีเอี่ยม และวัดคลองเทพโลก สวดมาติกาและสดับปกรณ์บำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบรมศพ ทั้งนี้ อบต.พิษณุโลก,อบต.บาโหย,อบต.หนองเพรางาย, อบต.นอกเมือง จ.สุรินทร์, สภาองค์การบริหารส่วนตำบลนอกเมือง จ.สุรินทร์, อบจ.น่าน, อบจ.ชุมพร, อบจ สุราษฎร์ธานี, อบจ.สมุทรสงคราม และอบจ.สุพรรณบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศล
ขณะที่เวลา 17.00 น. พระสงฆ์ 10 รูปจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร สวดมาติกาและสดับปกรณ์บำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบรมศพ โดยมีนายสุเมธ ศศิธร ตัวแทนเทศบาลเมืองสะเดา เป็นประธานบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกันนี้มีเทศบาลตำบลบางปู เทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย เทศบาลตำบลบ้านใหม่ เทศบาลเมืองลัดหลวง เทศบาลเมืองสะเดา เทศบาลเมืองลัดหลวง เทศบาลตำบลบางกะดี เทศบาลนครรังสิต สำนักงานเทศบาลเมืองพะเยา สำนักงานเทศบาลเมืองบางริ้น สำนักงานเทศบาลตำบลตลาดบัวหลวง และสำนักงานเทศบาลเมืองอ่างทอง ร่วมเป็นเจ้าภาพด้วย
เวลา 19.00 น. พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมี สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สภาศูนย์ประสานงานภาคเอกชนแห่งชาติ สภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติ สมาคมส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ สมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจ สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งประเทศไทย ชมรมมิตรสัมพันธ์ 50 และชมรมพลังรวมใจสมุทรสาคร ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศล
พสกนิกรเข้ากราบสักการะเนืองแน่น
วันนี้สำนักพระราชวัง เปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.50 น.ให้ประชาชนเข้าไปรอขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ โดยตลอดทั้งวันมีพสกนิกรจากทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพฯสมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา เพชรบูรณ์ นครพนม มุกดาหาร อุดรธานีตาก สุพรรณบุรี แพร่ พะเยา สุราษฏร์ธานีภูเก็ต สงขลา ฯลฯ เดินทางมาเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่องด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น พร้อมปฏิญาณตนเป็นคนดีและน้อมนำคำสอนของในหลวง ร.9 ไปใช้เป็นแนวทางดำเนินชีวิต
นางมาลี ไชยแก้วและครอบครัว
นางมาลี ไชยแก้ว อายุ 70 ปี ชาวบ้านคลองเตย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บอกว่า เดินทางพร้อมญาติๆ รวม 6 คนด้วยเครื่องบินมาตั้งแต่วานนี้แล้วพักที่บ้านญาติย่านดอนเมืองเพื่อเตรียมตัวโดยออกจากที่พักเวลา 05.00 น.มาถึงบริเวณท้องสนามหลวงเวลา 06.00 น. ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพเมื่อเวลา 09.30 น. จริงๆ แล้วอยากมาก่อนในหลวง ร.9 สวรรคตครบ 100 วัน แต่ติดตามข่าวแล้วเห็นประชาชนมาเป็นจำนวนมาก คงต้องรอคิวนาน อีกทั้งตัวเองก็ป่วยด้วยโรคเบาหวาน เดินลำบากจึงตัดสินใจมาในวันนี้ซึ่งรอไม่นานตามที่คาดหวัง ระหว่างเข้ากราบสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศรู้สึกตื้นตันและดีใจที่ได้กราบในหลวง ร.9 ในวาระสุดท้าย ส่วนตัวรักและศรัทธาพระองค์ท่านมาก จำได้ว่าตอนเด็กๆ อาศัยอยู่ที่ อ.ปากพนัง นครศรีธรรมราช พระองค์ท่านและพระราชินี ได้เสด็จไปทรงเยี่ยมทุกข์สุขราษฎร ได้เห็นทั้งสองพระองค์ก็ดีใจมาก พากันไปรับเสด็จแต่เช้า ครอบครัวได้ถวายปลากระบอกเค็มด้วย ประทับใจไม่รู้ลืม หลังจากนั้นไม่นานพายุก็พัดถล่มแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง บ้านเรือนเสียหายหมด เป็นเหตุให้ต้องย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่หาดใหญ่ มารู้ว่าในหลวงร.9 เสด็จมาช่วยฟื้นฟูหมู่บ้าน หาอาชีพให้ และให้สร้างประตูระบายน้ำป้องกันน้ำทะเลหนุน แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำจืดไว้กินไว้ใช้ และสร้างพระตำนักประทับแรมปากพนังไว้ด้วย
ศิริลักษณ์ มิ่งขวัญ-วิลาสิณี ผดุงตรรณ
น.ส.ศิริลักษณ์ มิ่งขวัญ อายุ 43 ปี เดินทางจากจ.จันทบุรี มากราบพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 พร้อมเพื่อน นางวิลาสินี ผดุงตรรณ อายุ 42 ปี ซึ่งมากราบพระบรมศพแล้ว 11 ครั้ง กล่าวว่า นั่งรถทัวร์มาจากจ.จันทบุรี เป็นเวลา 6 ชม. มาถึงตั้งแต่เมื่อวานแล้วมาพักที่บ้านเพื่อนย่านบางบัวทอง และเดินทางออกจากบ้านมาถึงสนามหลวงช่วงเวลา 05.00 น. วันนี้ถือว่ารอคิวไม่นานประมาณ 3 ชม. เพราะครั้งก่อนๆ ที่มาต้องต่อแถวไม่ต่ำกว่า 6-7 ชม. แต่ไม่ว่าจะต้องรอนานเพียงใดก็ไม่เคยเหนื่อยและไม่ท้อ โดยหลังจากนี้หากมีเวลาว่างจากการทำงานก็จะหาโอกาสมากราบพระบรมศพจนกว่าจะปิดไม่ประชาชนเข้ากราบ ทั้งนี้เพราะด้วยความรักที่มีต่อพ่อหลวง รักพระองค์มาก ตัวเองก็เกิดในสมัยรัชกาลที่9 เห็นท่านทรงงานหนักเพื่อประชาชนมาโดยตลอด แม้ไม่เคยได้รับเสด็จฯ หรือเห็นพระองค์จริง แต่จากที่ท่านทรงทำให้พวกเราโดยเฉพาะชาวจันทบุรี ทรงมีพระราชดำริสร้างเขื่อนพลวง บริเวณทางขึ้นเข้าคิชฌกูฏ แต่เมื่อหลายสิบปีก่อนฝนตกหนักเขื่อนพัง เขาแตก ทำให้น้ำไหลลงมาท่วมในตัวเมืองจังหวัด ประกอบกับตอนนั้นมีการตัดไม้ทำลายป่าเยอะ ท่อนซุงท่อนไม้ก็ไหลลงมาทำลายบ้านเรือน ทำลายสวนและไร่นา สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง พระองค์ทรงเห็นถึงความลำบาก ในปีพ.ศ.2542 ทรงมีพระราชดำริให้สร้างคลองภักดีรำไพ ไว้กักเก็บน้ำ และนับจากตอนนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วมจันทบุรีครั้งใหญ่อีกเลย อาจจะมีเพียงน้ำท่วมขังเล็กน้อยจากการระบายน้ำไม่ทัน
ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงรักพระองค์ท่านมาก ตอนได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพ น้ำตาก็จะไหลทุกครั้ง โดยได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าจะคิดดี ทำดี ถวายพระองค์ เมื่ก่อนเราอาจมีเผลอเรอไปบ้าง แต่จากนี้ไปเราจะมีท่านเป็นแบบอย่างและเป็นแรงบันดาลใจในการทำดี ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็จะทำไปตลอด รวมถึงยึดหลักความพอเพียง ไม่โลภ และรู้รักสามัคคี
ศิริ จันทร์แจ่ม
นายศิริ จันทร์แจ่ม อายุ 65 ปี จากอ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อาชีพทำนา กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมคณะอบต. รวม 200 คน มากราบสักการะพระบรมศพ เป็นครั้งแรกที่ได้มา รู้สึกประทับในหลวง ร.9 ที่ทรงช่วยเหลือประชาชนในทุกๆอย่าง โดยเฉพาะเราซึ่งเป็นชาวนา พระองค์ทรงช่วยเหลือเรื่องน้ำ ทำให้ไม่เคยขาดแคลน ไม่ว่าจะน้ำท่วมหรือน้ำแล้ง ได้อาศัยโครงการแก้มลิง ให้เกษตรกรมีน้ำใช้ทำนา ทั้งยังเป็นต้นแบบในทุกๆด้าน ทั้งความพอเพียง กตัญญู ที่ผ่านมาก็ได้รวมกลุ่มกันสวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศลที่วัดในชุมชนจนครบ 100 วัน และสวดต่ออีกสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเรื่อยมา ด้วยอยากส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัย
ชูจิต จิตระเบียบ
ขณะที่ นางชูจิต จิตระเบียบ อายุ 47 ปี พนักงานบริษัทเซรามิกแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แม้ว่าจะตั้งใจมาหลายครั้งแล้วแต่ก็เพิ่งได้มีโอกาส ในวันนี้บริษัทได้พาตัวแทนที่อยากจะมาเป็นกลุ่มแรก ก่อนจะทยอยพามาในอนาคต แม้ผู้จัดการบริษัทเป็นชาวญี่ปุ่นที่มาแต่งงานกับคนไทย แต่ก็รับรู้ว่าชาวไทยรักพระองค์มาก จึงได้พาพนักงานมา เมื่อได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพ น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ตื้นตัน ตัวสั่นไปหมด เพราะในชีวิตไม่เคยได้เฝ้าฯรับเสด็จมาก่อน ใกล้ที่สุดก็คือได้กราบพระบรมศพวันนี้ ได้แต่ติดตามข่าวจากทางโทรทัศน์ ในครอบครัวก็ได้น้อมนำเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ อย่างการปลูกไร่นาสวนผสม รวมทั้งประหยัด อดออม และทำงานหนักตามแนวทางของพระองค์ สอนลูกๆให้รู้จักประหยัด อดออม ให้เป็นคนดีของสังคมต่อไป
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 7 ก.พ. หลังปิดการขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.05 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 33,760 คน รวม 97 วัน มียอดสะสม 4,161,414 คน และมีประชาชนถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล 2,944,109 บาท รวม 97 วัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 350,761,614.34 บาท



