ข่าว

พยานครูแพะพร้อมให้การ "ป้าทัศนีย์"ยันเห็นคนขับรถชนแม่นยำ

พยานครูแพะพร้อมให้การ "ป้าทัศนีย์"ยันเห็นคนขับรถชนแม่นยำ

07 ก.พ. 2560

ลั่นจำแม่นเห็นคนขับรถผู้ชายลงมาดูศพ แม้เหตุการณ์ผ่านมา 10 ปีแล้ว

     7 ก.พ. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของนางทัศนีย์ หาญพยัคย์ ที่บ้านนาคู่ หมู่ที่ 2 ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม  ผู้ที่จะขึ้นเบิกความต่อศาลจังหวัดนครพนม ใันวันที่ 8 กุงภาพันธ์ เพื่อเป็นพยานให้กับนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูโรงเรียนใน จ.สกลนคร ที่ร้องขอความเป็นธรรมให้รื้อฟื้นคดีที่เธอต้องคำพิพากษาจำคุกฐานขับรถชนคนตายเมื่อปี 2548 พบว่า นางทัศนีย์ ยังคงใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ 

     เมื่อสอบถามถึงความพร้อมในการให้การต่อศาลจังหวัดนครพนมวันพรุ่งนี้ นางทัศนีย์ บอกว่า ตอนนี้ไม่มีความกังวลใจอะไรแล้ว เพราะสิ่งที่จะให้การต่อศาลจะเป็นสิ่งที่ตนเห็นและจะให้การตามความเป็นจริง โดยเฉพาะ ข้อเท็จจริง 3 ข้อที่ยืนยันมาโดยตลอ คือ ในวันเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 11 มีนาคม 2548 ตนเห็นรถกระบะคันหนึ่งชนรถจักรยานสองล้อของนายเหลือ พ่อบำรุง จนนายเหลือ เสียชีวิต 

     นางทัศนีย์ กล่าวว่า หลังจากรถชนแล้ว ตนเห็นผู้ชายเปิดประตูรถกระบะฝั่งคนขับ ลงมาดูร่างของนายเหลือ ที่ถูกชน และยืนยันว่า ตำรวจที่เรียกไปสอบปากคำ ที่ สภ.เรณูนคร ไม่ได้สอบถามเรื่องนี้ ตนจึงไม่ได้บอกกับตำรวจ เพราะตนเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ เมื่อตำรวจไม่ถาม ตนก็ไม่กล้าบอก เพราะกลัวว่าจะเป็นปัญหา แต่ยืนยันว่าเห็นผู้ชายลงมาจากรถฝั่งคนขับจริง

      นางทัศนีย์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สอง คือ เรื่องหมายเลขทะเบียนของรถยนต์คันที่ชน ยืนยันว่า ได้บอกกับตำรวจว่าตนเห็นหมายเลขทะเบียนไม่ชัด เพราะเป็นเวลากลางคืน เมื่อปี 2548 ถนนเส้นนั้นมืดมาก แม้ตนจะใช้ไฟหน้ารถจักรยานยนต์ส่องไปที่รถคันก่อเหตุ ก็เห็นเพียง ตัวอักษรซึ่งก็เห็นไม่ชัดว่าเป็นอักษร บต. หรือ บค. แต่ที่จำได้แม่นคือตัวเลข 56 ส่วนหมวดจังหวัดมองไม่เห็นเพราะตัวเล็กมาก ส่วนประเด็นสุดท้าย คือเรื่องของลักษณะของรถคันที่ชน ตนเห็นว่าเป็นรถยนต์แบบมีหลังคา ไม่ใช่รถกระบะอย่างเดียว แต่ไม่รู้สีอะไรเพราะมองไม่ชัด

     นางทัศนีย์ ยังบอกอีกว่า ในวันที่ไปให้ปากคำกับตำรวจ ยอมรับว่าตนมีปัญหาเรื่องการได้ยิน ทำให้วันที่ไปให้ปากคำกับตำรวจที่ สภ.เรณูนคร และตำรวจอ่านสำนวนคำให้การให้ฟังตนก็ได้ยินไม่ถนัด เพราะมีอาการหูตึงและรักษามาตั้งแต่ปี 2540 ยอมรับว่าวันไปให้การตนก็ไม่ได้ตั้งใจฟังมากนัก สุดท้ายเมื่อตำรวจให้เซ็นชื่อตนก็เซ็นแล้วจึงเดินทางกลับ 

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่สงการสอบถามเรื่องนี้นางทัศนีย์ ได้นำบัตรประจำตัวผู้พิการทางการได้ยินมาให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย ซึ่งพบว่า นางทัศนีย์ เป็นผู้พิการทางการได้ยินจริง โดยได้รับบัตรผู้พิการจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นครพนม เมื่อปี 2556