ข่าว

อดีตนักการเมืองดังพลิกผันเป็นเกษตรกรปลูกเมล่อน

อดีตนักการเมืองดังพลิกผันเป็นเกษตรกรปลูกเมล่อน

07 ก.พ. 2560

อดีตนักกาเรมืองดังบุรีรัมย์วัย66ปีพลิกผันเป็นเกษตรกรเต็มตัวปลูกเมล่อน มะเขือเทศ และแตงโมงไร้เมล็ดในโรงเรือนห้างดังรับซื้อผลผลิตถึงสวนสร้างรายได้ปีละหลายล้าน

 

          วันที่ 7 ก.พ.60  นายพีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชื่อดังที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่เคยคร่ำหวอดในวงการการเมืองมาเกือบ 20 ปี ได้ตัดสินใจหันหลังให้วงการการเมืองพลิกผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว โดยได้ลงทุนสร้างโรงเรือนพลาสติก ตาข่ายกันแมลง พร้อมขุดสระ เจาะบ่อบาดาล ติดตั้งระบบน้ำหยด ปลูกพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อย ทั้งเมล่อนสายพันธุ์กาเรียเนื้อสีเขียว , พันธุ์จัสมินเนื้อสีเขียว และสีส้ม รวมถึงมะเขือเทศสายพันธุ์ช็อกโกแลต เยลโรโกล และสายพันธุ์รูปหัวใจ

 

อดีตนักการเมืองดังพลิกผันเป็นเกษตรกรปลูกเมล่อน



          นอกจากนั้นยังได้ปลูกแตงโมสายพันธุ์ตอปิโด แต่ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากที่สุดในขณะนี้ คือแตงโมสายพันธุ์ไร้เมล็ดปลอดสารที่มีขนาดผลใหญ่กว่าแตงโมทั่วไป โดยมีน้ำหนักมากถึง 12 กิโลกรัม เนื้อแน่นรสชาติหวาน กรอบ อร่อย ซึ่งการสร้างโรงเรือนสำหรับปลูกเมล่อน มะเขือเทศ หรือแตงโม   ก็เพื่อให้สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี สามารถป้องกันการระเหยของน้ำได้ดีกว่าปลูกในที่โล่งแจ้งที่มีแสงแดดจัด ทั้งยังป้องกันแมลงหรือศัตรูพืชที่จะมาทำลายกัดกินผลผลิตได้อีกด้วย 

          โดยพืชที่ปลูกทั้ง 3 ชนิดเป็นพืชอายุสั้นเพียง 60 - 75 วันก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้ ซึ่งหลังจากนายพีระพงษ์ ได้หันมาทำการเกษตรอย่างจริงจังเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา โดยเริ่มแรกปลูกในพื้นที่ อ.คูเมือง และ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์เฉลี่ยจุดละประมาณ 30 โรงเรือน

          ล่าสุดก็ได้ขยายไปปลูกในพื้นที่ อ.คง จ.นครราชสีมา อีก 30 โรงเรือน จากผลผลิตที่มีคุณภาพ ผลสวยไม่มีตำหนิ รสหวาน กรอบอร่อย ทำให้มีห้างสรรพสินค้าชื่อดังมาติดต่อรับซื้อผลผลิตถึงสวนจนผลิตไม่ทันต่อความต้องการของตลาด สามารถสร้างรายได้ปีละหลายล้านบาท

 

อดีตนักการเมืองดังพลิกผันเป็นเกษตรกรปลูกเมล่อน

 

          ทั้งนี้นายพีระพงษ์ ยังได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาเรียนรู้ฟรี โดยให้มาทดลองปลูกในโรงเรือนจริงแบบไม่ต้องลงทุนทั้งอุปกรณ์ เมล็ดพันธ์ และปุ๋ย เพียงลงแรงของตัวเองเท่านั้น และหากปลูกได้ประสบผลสำเร็จ ก็จะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเฉลี่ยกิโลกรัมละ 27 บาทด้วย ก็จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ช่วงระหว่างที่มาเรียนรู้เฉลี่ยกว่า 2 หมื่นบาทต่อโรงเรือนอีกด้วย หลังจากได้ความรู้วิธีการปลูกแล้วสามารถนำไปทำโรงเรือนปลูกในที่ของตัวเองได้  แต่หากใครที่ไม่ต้องการลงทุนเองและไม่ต้องการเสี่ยงเรื่องการตลาด ก็สามารถปลูกที่สวนต่อได้ซึ่งก็จะเพิ่มโรงเรือนให้ปลูกเพิ่มอีก

          นายพีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์ บอกว่า หลังจากตัดสินใจหันหลังให้วงการการเมือง ก็มาทำการเกษตรเต็มตัว โดยใช้ความรู้จากที่เคยไปศึกษาดูงานจากต่างประเทศมาปรับใช้ โดยเฉพาะการปลูกพืชในโรงเรือนด้วยระบบน้ำหยดสามารถปลูกในพื้นที่แห้งแล้งได้ เพราะไม่ต้องใช้น้ำมาก ซึ่งหลังจากทำมาตั้งแต่ปี 58 ก็ประสบผลสำเร็จนอกจากจะสร้างรายได้ให้ครอบครัวตัวเองแล้ว ยังเป็นการสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้กับเกษตรกรในพื้นที่ด้วย ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรสนใจเข้ามาเรียนรู้และนำไปปลูกมากกว่า 100 คนแล้ว นอกจากนั้นยังมีหน่วยงานภาครัฐและประชาชนจากหลายจังหวัดมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่องด้วย

 

อดีตนักการเมืองดังพลิกผันเป็นเกษตรกรปลูกเมล่อน

 

          ด้านนางเพ็ญจันทร์ สิริสร้อยสกุล อายุ 47 ปี เกษตรกรรายหนึ่ง บอกว่า ปกติมีอาชีพทำนาเพียงอย่างเดียวทำให้มีรายได้ไม่แน่นอน เพราะบางปีก็ประสบภัยแล้งและราคาผลผลิตตกต่ำทำให้ประสบปัญหาขาดทุน หลังจากทราบว่านายพีระพงษ์ ได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าเรียนรู้วิธีการปลูกเมล่อน มะเขือเทศ และแตงโมฟรี โดยให้ทดลองปลูกในโรงเรือนจริง จึงสนใจมาทดลองทำดูซึ่งพึ่งทำเป็นรอบแรก คาดว่าหากครบรอบเก็บผลผลิตใช้เวลาประมาณ 2 เดือนเศษ จะมีรายได้จากการขายผลผลิตไม่น้อยกว่า 20,000 บาท โดยที่ไม่ต้องลงทุนหรือมีความเสี่ยงเรื่องตลาดเลย

 

อดีตนักการเมืองดังพลิกผันเป็นเกษตรกรปลูกเมล่อน