ข่าว

หวั่น! ระเบิด'แก่งหินน้ำโขง'ทำตลิ่งพัง

หวั่น! ระเบิด'แก่งหินน้ำโขง'ทำตลิ่งพัง

07 ก.พ. 2560

ภาคเอกชน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ห่วงระเบิดแก่งหินน้ำโขง ส่งผลกระแสน้ำแรง ทำตลิ่ง 2 ฝั่งแม่น้ำพัง

 

               ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย หลังจากที่ได้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักอนุรักษ์ในการคัดค้านการระเบิดเกาะแก่งหินในแม่น้ำโขง เพื่อเปิดทางให้เรือเดินสินค้าขนาดใหญ่จากจีนสามารถผ่านไปได้ ซึ่งทางฝ่ายนักอนุรักษ์ได้เป็นห่วงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงวิถีชีวิตของชุมชน 2 ฝั่งแม่น้ำโขงที่อาจจะเปลี่ยนไป ทำให้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อแสดงจุดยืน ซึ่งนอกจากกลุ่มนักอนุรักษ์แล้ว ทางภาคเอกชนในพื้นที่เองก็ได้กังวลเกี่ยวกับผลกระทบอื่นๆ ที่จะตามมาด้วย

 

หวั่น! ระเบิด'แก่งหินน้ำโขง'ทำตลิ่งพัง


               นายธนิสร กระฏุมพร ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่อำเภอเชียงของ ในฐานะหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การระเบิดแก่งหินในแม่น้ำโขง หากเกิดขึ้นจริง ผลกระทบไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นกับธรรมชาติเท่านั้น อย่างแรกที่จะเกิดขึ้นก็คือกระแสน้ำที่แรงขึ้น ส่งผลทำให้ตลิ่งของ 2 ฝั่งแม่น้ำโขงถูกทำลายไป ความสวยงามของแม่น้ำโขงก็จะหายไปด้วย
               ทั้งนี้ แม่น้ำโขงก็เปรียบเสมือนกับดอกไม้ที่มีกิ่ง ก้าน ใบ และดอก เมื่อมารวมกันก็จะกลายเป็นดอกไม้ที่สวยงาม แม่น้ำโขงก็เช่นเดียวกัน หากไม่มีหิน แก่ง หาดทราย พันธุ์ปลา ก็ไม่ใช่แม่น้ำโขง จะกลายเป็นคลองหรือทะเลสาบทั่วไป หากมีการระเบิดแก่งหินจริง รัฐบาลจะต้องเสียงบประมาณไปกับการซ่อมแซมตลิ่งเป็นระยะทางที่ยาวและมีมูลค่าสูง นอกจากนี้ความสวยงามของแม่น้ำโขงก็จะหายไป การท่องเที่ยวแม่น้ำโขงที่เป็นรายได้หลักของชาวเชียงของก็จะหายไปเช่นกัน

 

หวั่น! ระเบิด'แก่งหินน้ำโขง'ทำตลิ่งพัง
               “ในอดีต เรามีหาดทรายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มาเล่นสาดน้ำกันริมแม่น้ำโขง มีเทศกาลจับปลาบึก และประเพณีต่างๆ เกี่ยวกับแม่น้ำโขงที่เป็นเอกลักษณ์ของ อ.เชียงของ แต่หากระเบิดแก่งหินออกไป สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็จะหายไปด้วย การเป็นเมืองท่องเที่ยวของเชียงของก็จะหายไป โดยส่วนตัวอยากให้ทางภาครัฐพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้ว เช่น การขนส่งในเส้นทาง R3A ที่มีอยู่แล้วยังไม่สามารถพัฒนาให้สามารถดำเนินการได้เต็มที่ อีกอย่างก็คือการขนส่งทางรถไฟ ซึ่งอาจจะพัฒนาเป็นรถไฟรางคู่เพื่อขนส่งสินค้าทางนี้ ซึ่งการพัฒาสิ่งที่มีอยู่แล้วจะเป็นผลดีมากกว่า เพราะไม่ต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาล และไม่ทำให้เกิดผลกระทบทั้งทางธรรมชาติ วิถีชีวิต และเศรษฐกิจของ อ.เชียงของ”นายธนิสร กล่าว