
แอปเปิล เฟซบุ๊ค กูเกิลร่วมยื่นข้อโต้แย้งต้านคำสั่งทรัมป์
บริษัทเทคโนโลยีมะกันร่วมยื่นข้อโต้แย้งเป็นรายลักษณ์อักษรต่อศาลอุทธรณ์ ต่อต้านคำสั่งห้ามพลเมือง 7 ประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา ชี้เป็นการทำลายอุตสาหกรรม
บริษัทไฮเทคในสหรัฐอเมริกาเกือบ 100 แห่ง ร่วมยื่นข้อโต้แย้งเป็นรายลักษณ์อักษรต่อศาลอุทธรณ์ในรัฐวอชิงตัน เพื่อให้ศาลนำไปพิจารณาร่วมในการพิจารณราคำอุทธรณ์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ที่พยายามผลักดันด้วยการยื่นอุทธรณ์ขออำนาจศาลพิพากษาให้คำสั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ห้ามออกวีซ่าให้กับพลเมืองในประเทศมุสลิม 7 ประเทศในการเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา
ในกลุ่มบริษัทไฮเทคเหล่านี้มีทั้ง แอปเปิล อิงค์ เฟซบุ๊ค อิงค์ กูเกิล และ ไมโครซอฟท์ จนถึงบริษัทเทคโนโลยีขนาดเล็ก อย่างอูเบอร์ เรดดิท เน็ทฟลิกซ์ และ ดรอปบ็อกซ์
ขณะที่ อะเมซอน ผู้ให้บริการอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ แสดงจุดยืนด้วยการสนับสนุนการฟ้องร้องต่อศาลอุทธรณ์ในรัฐวอชิงตันไปก่อนหน้านี้ ส่วนเทสลา และ สเปซ เอ็กซ์ ของนายอีลอน มัสก์ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้เข้าร่วมสนับสนุนการยื่นข้อโต้แย้งต่อศาลของกลุ่มบริษัทไฮเทคเหล่านี้ด้วย
ในแถลงการณ์ต่อศาลมีการระบุว่าคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นอันตรายต่อการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งยังลดทอนศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทอเมริกัน รวมทั้งคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฏหมายอีกต่างหาก
นอกจากนั้นยังระบุด้วยว่าคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นการผลักดันให้บริษัทต่างชาติเปลี่ยนเป้าหมายการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกายังคงเดินหน้าผลักดันอุทธรณ์เพื่อปลดล็อคคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในศาลอุทธรณ์แขวงที่ 9 ในนครซาน ฟรานซิสโก ซึ่งถ้าศาลอุทธรณ์เห็นชอบกับคำสั่งศาลชั้นต้น ก็มีแนวโน้มว่ากระทรวงยุติธรรมจะเดินหน้าต่อสู้ต่อไปในชั้นศาลฏีกา



