อีกล็อต“หญ้าพระราชทาน”160ตัน!
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
กรมปศุสัตว์จับมือ 4 หน่วยงาน ลำเลียง “เสบียงสัตว์พระราชทาน” กว่า 160 ตันส่งมอบเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ 3 จว.ใต้ ที่ยังประสบภัยน้ำท่วม ช่วยหล่อเลี้ยงผ่านพ้นช่วงวิกฤติ
นายสัตวแพทย์เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขานุการกรมปศุสัตว์ ในฐานะรองโฆษกกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ได้ร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมการสัตว์ทหารบก และจังหวัดนครราชสีมา ช่วยกันลำเลียงเสบียงสัตว์พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี จำนวน 7,200 ฟ่อน เป็นหญ้าแพงโกล่าแห้งอัดก้อน น้ำหนักกว่า 144 ตัน
พร้อมฟางแห้งพระราชทานจากสมเด็จพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 จำนวน 2,000 ก้อน น้ำหนัก ประมาณ 20 ตัน ลำเลียงทางรถบรรทุก นำไปส่งมอบให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะโคกระบือในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ที่ยังประสบภัยน้ำท่วม ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง และนราธิวาส เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ไปให้ได้ เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นที่ทรงช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อน
หญ้าพระราชทานล็อตนี้ เป็นขบวนที่ 2 ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยลำเลียงจากสถานีรถไฟปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ไปช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำนวน 20 ตู้ โดยขบวนแรกได้ขนส่งไปแจกจ่ายให้เกษตรกรแล้ว จำนวน 2,500 ฟ่อน น้ำหนัก 20 ตัน สำหรับล็อตที่สองกรมปศุสัตว์ได้จัดสรรให้สำนักงานปศุสัตว์นครศรีธรรมราช จำนวน 10 ตู้ พัทลุง 6 ตู้ และนราธิวาส 4 ตู้ ส่งมอบถึงมือกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคและกระบือในพื้นที่ดังกล่าวเรียบร้อยแล้วผ่านองค์กรปกครองท้องถิ่น
“จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ผู้เลี้ยงโค-กระบือได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก กรมปศุสัตว์จึงได้จัดสรรหญ้าพระราชทานให้ จำนวน 10 ตู้ โดยได้ส่งมอบให้กลุ่มผู้เลี้ยงโค-กระบือในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ 9 อำเภอๆ ละ 1 ตู้ ได้แก่
อำเภอเมือง พระพรหม ร่อนพิบูลย์ เฉลิมพระเกียรติ เชียรใหญ่ หัวไทร ปากพนัง ชะอวด และจุฬาภรณ์ ส่วนอีก 1 ตู้ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้สำรองไว้ผลิตเป็นทีเอ็มอาร์ (TMR) ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าหญ้าแห้ง เพื่อเป็นเสบียงสัตว์ไว้แจกจ่ายให้เกษตรกรเพิ่มเติม เป็นการเตรียมพร้อมรับมือหากมีฝนตกซ้ำลงมาอีกระลอก” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม กรมปศุสัตว์ได้สั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเข้าไปช่วยฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ในพื้นที่ทันทีที่สามารถเข้าสู่พื้นที่ได้หรือหลังน้ำลด ทั้งการฉีดวิตามินบำรุง รักษาพยาบาลสัตว์ป่วย และแจกจ่ายอาหาร TMR ให้เกษตรกรนำเลี้ยงโค-กระบือเพื่อฟื้นฟูร่างกายโดยเร็ว เบื้องต้นคาดว่าถ้าไม่มีฝนตกลงมาซ้ำใน 10-15 วัน สถานการณ์น้ำน่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งสามารถเข้าถึงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ได้



