เร่งหาโทรศัพท์เซลส์แมนหายตัวปริศนา!
ตำรวจเร่งค้นหาโทรศัพท์เซลส์แมนที่หายตัวไปย่านบรมราชชนนี ใช้รถแบคโฮ-เครื่องตรวจโลหะตรวจพื้นที่
จากกรณีที่นายรัติภูมิ หรือเบิร์ด พิมใจใส อายุ 34 ปี เซลส์แมนหนุ่มหน้าตาดี ศูนย์จำหน่ายรถยนต์โตโยต้า สาขาเกษตร-นวมินทร์ หายตัวไป ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ต่อมา น.ส.นันทิยา สุวรรณวาลี ภรรยา และญาติ ๆ ได้แจ้งความคนหายไว้ที่ สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 มกราคม โดยให้ข้อมูลว่านายเบิร์ด โทรศัพท์ติดต่อกับผู้จัดการศูนย์ฯเป็นคนสุดท้าย เพื่อขอความช่วยเหลือ พร้อมแชร์สถานที่อยู่บริเวณซอยบรมราชชนนี 78 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งญาติกลัวว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากทราบว่านายเบิร์ดไปมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับ น.ส.มิ้ว ที่คบหาอยู่กับทหารนายหนึ่ง ยศพันเอก กระทั่งนายทหารเข้าพบตำรวจและปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ตำรวจพบโทรศัพท์มือถือนายเบิร์ด เงินสด 20,000 บาท พระเครื่องเลี่ยมทอง 3 องค์ และไอซ์น้ำหนัก 2 กรัม ตกอยู่เกาะกลางถนนหน้าสายใต้ใหม่ และตรวจค้นบ่อน้ำพบรองเท้าที่คาดว่าเป็นของนายเบิร์ด จึงยิ่งสร้างความกังวลใจให้กับทางครอบครัว
ล่าสุดวันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2560) เมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสน.ธรรมศาลา เจ้าหน้าที่ อปพร.สำนักงานเขตทวีวัฒนา ตำรวจปฏิบัติการพิเศษเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี ได้นำอุปกรณ์เครื่องตรวจหาโลหะใต้พื้นดิน และรถแบคโฮขนาดใหญ่มาทำการค้นหาโทรศัพท์ยี่ห้อ ไอโฟน รุ่น 6 เอส ที่บริเวณซอยบรมราชชนนี 78 แยก 7 และ 9 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ตามที่ น.ส.มิ้ว มีการกล่าวอ้างว่านายเบิร์ดได้หยิบและวิ่งออกมาจากบ้านตนก่อนที่จะมีการขว้างทิ้ง หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.มิ้วก็ได้นำโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟนของเพื่อนอีกเครื่องหนึ่งในการใช้โปรแกรมค้นหาสัญญาณพบว่าสัญญาณโทรศัพท์ของตนยังอยู่ที่สถานที่ดังกล่าวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะขาดหายไป
ด้าน พ.ต.ต.อนันต์ กาวสันเทียะ สวป.สน.ธรรมศาลา กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้รับผิดชอบในการติดตามค้นหาโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าว เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับคดี ตนก็ได้ประสานไปยังสำนักงานเขตทวีวัฒนา และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ในการลงพื้นที่เพื่อค้นหาอย่างเร่งด่วนในพื้นที่ ๆ น.ส.มิ้ว อ้างว่าได้ตรวจพบสัญญาณโทรศัพท์ดังกล่าวอยู่บริเวณพื้นที่นี้ แต่จะเป็นความจริงตามที่ น.ส.มิ้ว กล่าวอ้างหรือไม่นั้น ตนไม่ขอยืนยัน แต่เหตุผลที่อาจจะมีความน่าเชื่อถือได้คือ จุดที่ น.ส.มิ้ว อ้างว่าตรวจพบสัญญาณเป็นครั้งสุดท้ายนั้นสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่พบว่า นายรัติภูมิได้มีการส่งสถานที่ทางโปรแกรมไลน์ และโทรศัพท์ไปหาหัวหน้างานเพื่อขอความช่วยเหลือ ก่อนที่จะหายตัวไปอย่างลึกลับนั้นเป็นสถานที่จุดเดียวกัน
“ส่วนในกรณีที่นาย รัติภูมิ หายไปในเส้นทางไหน และยังมีชีวิตอยู่หรือไม่นั้น ผมไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากไม่ได้รับผิดชอบหน้าที่ในการติดตามตัวนายรัติภูมิ แต่ทางตำรวจฝ่ายสืบสวน บช.น. บก.น.7 และ สน.ธรรมศาลา มีหน้าที่โดยตรงในการเร่งติดตามค้นหาตัว นายเบิร์ด ประกอบกับขณะทางตำรวจกำลังเร่งหาพยานหลักฐาน พยานแวดล้อม เพิ่มเติมเพื่อมาประกอบสำนวนคดีและเร่งติดตามตัวผู้สูญหายโดยเร็วที่สุด” พ.ต.ต.อนันต์ ระบุ
ด้านเพื่อนชายข้างบ้านน.ส.มิ้ว เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเพิ่งจะเลิกงาน เมื่อกลับมาถึงบ้านพักที่ติดกับน.ส.มิ้ว ก็ได้ยินว่ามีขโมย ตนจึงแนะนำให้หาพิกัดของโทรศัพท์ไอโฟนของน.ส.มิ้ว โดยใช้โทรศัพท์ไอโฟนของเพื่อนตนคนหนึ่ง เข้าระบบไอคราวของน.ส.มิ้ว เพื่อหาพิกัด เพราะไอโฟนสามารถตรวจสอบหาพิกัดได้ ปรากฎว่าเจอพิกัดของไอโฟนน.ส.มิ้ว อยู่ในซอยเดียวกัน แต่บริเวณแยก5 ตนและน.ส.มิ้วจึงไปตามพิกัดดังกล่าว เริ่มค้นหาตั้งแต่ 19.00 น.-21.00 น. ซึ่งระหว่างค้นหายังมีสัญญาณไอโฟนของน.ส.มิ้วปรากฎตลอดเวลา จนกระทั่งหยุดค้นหา จนกระทั่งผ่านมา 2-3 วัน ก็เลยลองติดต่อเบอร์น.ส.มิ้วอีกครั้ง ปรากฎว่าปิดเครื่องไปแล้ว จนกระทั่งมาเป็นข่าวดังกล่าว



