
"ควายไทย”วูบเหลือ7แสนตัว!
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
การประกอบอาชีพทำนาปัจจุบันมีการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรแทนแรงงานกระบือเกือบ 100 %นั้น ทำให้ควายไทยสัญญลักษณ์ที่อยู่คู่กับอาชีพนี้มายาวนาน หมดความสำคัญลง!
บวกกับมีการนำควายเพศเมีย ควายที่ตั้งท้อง และควายที่อายุน้อยมาบริโภคมากขึ้น ดังที่ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ บอกว่ามีการบริโภคถึงปีละกว่า 2 แสนตัว ขณะที่มีลูกเกิดปีละประมาณ 1.5 แสนตัวเท่านั้น
อีกทั้ง เกษตรกรยังมีปัญหาขาดแคลนพื้นที่เลี้ยงควายและแรงงาน โดยเฉพาะฤดูเพาะปลูกข้าวทำให้ขาดแคลนหญ้าอาหารสัตว์ เพราะมีการแย่งชิงพื้นที่ไปทำประโยชน์อื่น ส่งผลให้เกษตรกรไม่อยากเลี้ยงและขายออกไป ขณะเดียวกันไทยยังส่งออกควายมีชีวิตทั้งเพศผู้ เพศเมียไปต่างประเทศต่อเนื่อง อาทิ จีน เวียดนาม ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้น ทำให้จำนวนควายของไทยลดลงอย่างรวดเร็วจากปี 2548 ที่มีมากถึง 1,624,919 ตัว เกษตรกรผู้เลี้ยง 393,352 ราย ในปี 2558 ลดเหลือประมาณ 7 แสนตัว เกษตรกรราว 1.85 แสนราย
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ บอกว่า กรมฯได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงได้จัดงานกระบือ(ควาย) แห่งชาติขึ้นในทุกๆปี อย่างปี 2559 ซึ่งเป็นครั้งที่ 20 ได้ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย และองค์กรเครือข่ายต่างๆ จัดขึ้น เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจให้ได้รับความรู้ด้านการจัดการเลี้ยงดู การป้องกันและกำจัดโรคระบาดสัตว์ การพัฒนาเทคโนโลยีอาหารสัตว์เน้นให้เห็นความสำคัญของการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์
ขณะเดียวกันยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแสดงผลงานการพัฒนาการผลิตกระบือของประเทศ พร้อมรณรงค์ส่งเสริมให้เกิดการฟื้นฟูการเลี้ยงควายให้สอดคล้องตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่9 เพื่อช่วยพัฒนาและอนุรักษ์กระบือให้คงอยู่คู่วิถีชีวิตเกษตรกรไทย และกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจในการพัฒนาการผลิตกระบืออย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การเพิ่มจำนวนประชากรกระบือของประเทศในอนาคต
ด้านแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาควายไทยนั้น นายสัตวแพทย์สรวิศบอกได้มีแผนเร่งดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนาการผลิตควาย ภายใต้โครงการปรับโครงสร้างการผลิตและความมั่นคงทางอาหารด้านปศุสัตว์ เพื่อเร่งรัดการผลิตควาย และมีมาตรการปกป้องพันธุ์กระบือเพศเมียวัยเจริญพันธุ์ ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเร่งกระตุ้นให้เกษตรกรหันกลับมาเลี้ยงควายเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ
เบื้องต้นกรมปศุสัตว์ได้ของบประมาณจากคณะรัฐมนตรี จำนวน 500 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อควายให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเลี้ยงกระบือจำนวน 5,000 ราย เป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้เกษตรกรจัดซื้อควายตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด เพื่อเพิ่มปริมาณฐานแม่ควายในประเทศมากขึ้น
ทั้งเร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มศักยภาพการผลิตให้ครอบคลุมห่วงโซ่การผลิตในพื้นที่ที่เหมาะสม รวมทั้งพัฒนาและอนุรักษ์พ่อ/แม่พันธุ์ดีให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ จำนวน 500 กลุ่ม พร้อมส่งเสริมสนับสนุนการปลูกพืชอาหารสัตว์ การผสมเทียมควายด้วยน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ดีอีกว่า 2 หมื่นตัว จะทำให้ได้ลูกควายที่มีลักษณะดี เลี้ยงง่ายและโตเร็ว ซึ่งคาดว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้าปริมาณควายไทยจะเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านตัว
สำหรับมาตรการปกป้องพันธุ์ควาย กรมปศุสัตว์ได้จัดทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ และบังคับใช้กฎหมายโดยใช้อำนาจตาม พรบ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และ พรบ.ควบคุมการฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2535 (กฎกระทรวงฯ พ.ศ.2546) เช่น ห้ามส่งควายเพศเมียออกนอกประเทศ ห้ามส่งแม่ควายตั้งท้องหรือแม่ควายเลี้ยงลูกอ่อนเข้าโรงฆ่าสัตว์ และเพิ่มศักยภาพการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ เป็นต้น
ส่วนเกษตรกรท่ายใดสนใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเลี้ยง สอบถามรายละเอียดได้ที่กรมปศุสัตว์ในวันเวลา ราชการ โทรศัพท์ 0-2653-4444



