ข่าว

คุก5ปีโจรลักพระพุทธชินราชวัดเบญจมบพิตร

คุก5ปีโจรลักพระพุทธชินราชวัดเบญจมบพิตร

26 ส.ค. 2552

กรรมสนอง พิพากษาจำคุก 5 ปี โจรลักพระพุทธชินราช วัดเบญจมบพิตร แต่รับสารภาพ โทษจำคุกลดเหลือ 2 ปี 6 เดือน

ที่ห้องพิจารณาคดี 906 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 26 ส.ค.52 เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขคดีดำ อ.1954/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายประสิทธิ์ บุญหนัก เป็นจำเลย ในความผิดฐานลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปอันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนโดยกระทำในวัด ตามประมวลกฎหมายอาญา 335
 
 โดยคดีโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.52 ว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย.52 จำเลยกระทำความผิด เมื่อลักทรัพย์พระพุทธชินราช มูลค่า 10,000 บาท อันเป็นที่สักการบูชาของประชาชน ที่ประดิษฐานภายในศาลาธรรมชินราชปัญบพิธ วัดเบญจมบพิตร ซึ่งเป็นนิติบุคคล และเป็นที่สักการะ บูชาของประชาชนและอยู่ในสถานที่บูชาสาธารณะไปโดยทุจริต
 
 ขณะที่โจทก์ มีผู้ดูแลวัดเบิกความเป็นพยานว่า ขณะชงชาให้พระในวัดได้ยินเสียงคนตะโกนว่า มีขโมยลักพระ จึงรีบวิ่งออกไปทันเห็นจำเลยกำลังอุ้มพระพุทธรูป จึงสั่งให้วางลง จำเลยวางลงและวิ่งหนีไปทางลานพระบรมรูปทรงม้า พยานจึงขี่รถจักรยานยนต์ตามไปถึงหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล และตะโกนให้ตำรวจที่อยู่หน้า บช.น.ช่วยจับจำเลยและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต
 
 ศาลพิเคราะห์คำเบิกความของพยานแล้ว แม้พยานจะไม่ใช่ประจักษ์พยานที่เห็นขณะจำเลยกำลังลักขโมย แต่พยานเบิกความลำดับเหตุการณ์ ไม่ปรากฏข้อพิรุธหรือมีเหตุให้ระแวงสงสัย เชื่อว่าพยานเบิกความไปตามข้อเท็จจริงที่เห็น ประกอบกับคำเบิกความของพนักงานสอบสวนที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานไปตามที่ได้สอบสวน และจำเลยยังให้การรับสารภาพตั้งแต่ในชั้นสอบสวน จึงเชื่อว่าได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปอันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนโดยกระทำในวัดจริง
 
 พิพากษาจำคุกจำเลย เป็นเวลา 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน