
ปลื้ม"คลองภูมินาถดำริ"แก้ท่วมหาดใหญ่
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
กรมชลประทานและชาวจังหวัดสงขลาปลาบปลื้ม ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณสูงสุดอีกครั้ง รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานชื่อ คลอง ร.1 ว่า “คลองภูมินาถดำริ” ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำสายหลักภายใต้โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ช่วยอำเภอหาดใหญ่รอดพ้นจากวิกฤตน้ำท่วมได้หลายต่อหลายครั้ง
นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานและพสกนิกรชาวจังหวัดสงขลา รู้สึกปลาบปลื้มที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานชื่อ คลอง ร.1 ว่า “คลองภูมินาถดำริ” (อ่านว่า ภู-มิ-นาด-ดำ-ริ) มีความหมายคือ คลองระบายน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริขุดขึ้น ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำ 1 ใน 7 สาย ที่ดำเนินการภายใต้โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2531 หลังจากที่ฝนตกหนักในเดือนพฤศจิกายน 2531 ติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา สร้างความเสียหายแก่พื้นที่เพาะปลูก บ้านเรือน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สิน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 4,000 ล้านบาท ว่า...
“...การแก้ไขและบรรเทาอุทกภัยด้วยวิธีการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่คลองอู่ตะเภาหรือตามลำน้ำสาขา เพื่อสกัดกั้นน้ำจำนวนมากไม่ให้ไหลมายังเมืองหาดใหญ่นั้น คงไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่มีทำเลที่เหมาะสมในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ดังกล่าวได้เลย ดังนั้น การแก้ไขและบรรเทาน้ำท่วมที่ควรพิจารณาดำเนินการ น่าจะได้แก่การขุดคลองระบายน้ำขนาดใหญ่ ให้ทำหน้าที่แบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภา หรือช่วยรับน้ำที่ไหลลงมาท่วมตัวอำเภอหาดใหญ่ให้ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็ว นอกจากนั้น หากต้องการที่จะป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนและพื้นที่ธุรกิจให้ได้ผลโดยสมบูรณ์แล้ว หลังจากที่ก่อสร้างคลองระบายน้ำเสร็จ ก็ควรพิจารณาสร้างคันกั้นน้ำรอบบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พร้อมกับติดตั้งระบบสูบน้ำออกจากพื้นที่ไม่ให้ท่วมขังตามความจำเป็น ทั้งนี้ให้พิจารณาร่วมกับระบบของผังเมือง ให้มีความสอดคล้องและได้รับประโยชน์ร่วมกันด้วย...”
ทั้งนี้กรมชลประทานได้สนองพระราชดำริ โดยการขุดลอกคลองธรรมชาติในปี พ.ศ.2532 จำนวน 4 สายเพื่อให้สามารถระบายน้ำเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2543 ได้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันอีกครั้ง ทำให้คลองระบายน้ำธรรมชาติที่ขุดลอกไว้ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้จึงทำให้เกิดอุทกภัยบริเวณเทศบาลนครหาดใหญ่ และบริเวณใกล้เคียง สร้างความเสียหายประมาณ 14,000 ล้านบาท ประชาชนเสียชีวิต 30 คน นับเป็นมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัดสงขลา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงห่วงใยพสกนิกรผู้ประสบภัยจึงได้เน้นย้ำถึงพระราชดำรัสเมื่อปี 2531 แก่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2543 คณะรัฐมนตรีจงมีมติให้ดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยการขุดคลองระบายน้ำเพิ่มจำนวน 7 สาย โดยมีคลองระบายน้ำที่ 1 หรือคลอง ร.1 เป็นคลองสายหลักที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองหาดใหญ่ เนื่องจากเป็นคลองที่แบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภาช่วงก่อนเข้าเมืองหาดใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นทางด่วนของน้ำที่มาจากต้นคลองอู่ตะเภาในพื้นที่อำเภอสะเดา อำเภอหาดใหญ่ตอนบน อำเภอนาหม่อม และน้ำจากเขาคอหงส์บางส่วนให้ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาอย่างรวดเร็วแทนการไหลผ่านคลองอู่ตะเภาเพียงอย่างเดียวเหมือนเช่นในอดีต
"หลังจากที่กรมชลประทานดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริแล้วเสร็จ ปรากฎว่าในปีนี้ที่ภาคใต้เกือบทุกจังหวัดประสบปัญหาน้ำท่วม แต่ อำเภอหาดใหญ่น้ำไม่ท่วมเลย ทั้งๆที่ปริมาณฝนที่ตกลงมานั้น ไม่แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆของภาคใต้” นายสัญชัยกล่าว
อธิบดีกรมชลประทานกล่าวด้วยว่า ขณะนี้กรมชลประทานยังได้ขยายผลต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยได้ดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ (ระยะที่ 2) ด้วยการขยายคลอง ร.1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากเดิม 465 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ให้ระบายน้ำได้ไม่น้อยกว่า 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดระดับความเสียหายจากอุทกภัยช่วงฤดูฝนในพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยังมีพระราชดำริแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อื่นๆที่มีลักษณะ ภูมิประเทศใกล้เคียงกับเมืองหาดใหญ่ เช่น โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น
นอกจากนี้ กรมชลประทานยังได้นำแนวพระราชดำริในการแก้ปัญหาน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ ไปพัฒนาต่อยอดขยายผล ดำเนินโครงการพัฒนาและบรรเทาอุทกภัยเมืองพัทลุง ซึ่งประสบผลสำเร็จสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในอดีตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกรมชลประทานยังมีแผนที่จะนำไปขยายผลดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อื่นๆ อีกด้วย เช่น โครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง จังหวัดตรัง โครงการบรรเทาอุทกภัยและบริหารจัดการน้ำพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น



