ข่าว

ม็อบหน้าบ้าน'ป๋าเปรม'กร่อยไร้เงาเสื้อดำ

ม็อบหน้าบ้าน'ป๋าเปรม'กร่อยไร้เงาเสื้อดำ

26 ส.ค. 2552

ม็อบหน้าบ้าน"ป๋าเปรม"กร่อยไร้เงาเสื้อดำ"นครบาล"สรุปสถานการณ์ครึ่งวัน แค่"หยิบมือ"แต่ยังไม่ไว้ใจ สั่งตรึงกำลังคุมเข้ม หน้าบ้านสี่เสาฯ ยันเช้า ผบช.น.ยึดหลักมาตรการสากล"ปราบจราจล"ควบคุมฝูงชน เตรียมใช้เครื่อง"ขยายเสียงแอลเลส"รับมือ"เสื้อแดง"ชุมนุมใหญ่30ส.ค. น

(26ส.ค.) เวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า  พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรียกนายตำรวจระดับ รองผบช.น. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงและดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยและ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำ รวจนครบาล  1 ( ผบก.น.1  )  เข้ารายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆในพื้นที่รับผิดชอบโดยระบุว่า สถานการณ์โดยรวมเรียบร้อยเหตุการณ์ปกติไม่มีการรวมตัวของ กลุ่มคนเสื้อแดงแต่งชุดดำแต่อย่างใด
 
 รวมถึงสถานการณ์หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์เป็นไปด้วยความเงียบเหงาไม่มีผู้ชุมนุมมาเคลื่อนไหว มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 100 นาย ตรึงกำลังหน้าบ้านพักและพื้นที่โดยรอบอย่างแน่นหนามีการนำแผงเหล็กมาปิดกั้น พื้นที่บริเวณประตูทางเข้าหน้าบ้าน รวมถึงชุดปฏิบัติการ “ปะฉะดะ“ ได้ออกตรวจความสงบเรียบร้อยพื้นที่ถนนพญาไท ราชวิถี พิษณุโลก ที่คาดว่าจะใช้เป็นเส้นทางในการเคลื่อนขบวนแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
 
 โดยการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยครั้งนี้ ผบช.น. มอบให้ พล.ต.ต.วิชัย เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ควบคุมสั่งการกำลังพลบริเวณหน้าบ้านพักสี่เสาเทเวศร์และพื้นที่เขตดุสิตทั้งหมด ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่มีการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงในพื้นที่เขตดุสิต ใช้กำลังจำนวน 2 กองร้อย 300 นายจากชุดปราบปรามจราจล เตรียมการ ณ ที่ตั้ง ชุดเคลื่อนที่เร็ว บก.น.1 ท้องที่สน.นางเลิ้ง สน.สามเสน สน.ชนะสงคราม และ สน. ดุสิต และฝ่ายสืบสวนทั้งในและนอกเครื่องแบบ  คุมเข้มพื้นที่อย่างแน่นหนา   
 
 ล่าสุดเวลา 10.00 น. มีกลุ่มเคลื่อนไหวของนายวรัญชัย  โชคชนะ เคลื่อนไหวพร้อมพวกประมาณ  10 คนเดินทางมาหน้าบ้านสี่เสาเท เวศร์  พร้อมตะโกนขับไล่ พล.อ.เปรม ติณสูรานนท์ ประธานองคมนตรี และต้องการยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องไว้แทน ระหว่างนั้น พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ ผกก.สน.สามเสน ได้รายงานสถานการณ์ยัง พล.ต.ต.วิชัย รับทราบ ทำให้พล.ต.ต.วิชัย ฉุนเฉียวและสั่งให้ ผกก. ไล่นายวรัญชัย ออกไปจากบริเวณดังกล่าวภายใน 10 นาทีทันที มิฉะนั้นจะออกมาจัดการด้วยตัวเอง เมื่อได้ยินดังนั้นนายวรัญชัย ถึงกับหวาดกลัวเพราะกิตติศักดิ์ฉายามือปราบหูดำของ พล.ต.ต.วิชัย จึงชักชวนพรรคพวกที่มาด้วยสลายตัวในที่สุด
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปฏิบัติในการดูแลความสงบเรียร้อยรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงวันที่ 30 สิงหาคม นี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้นำเครื่องแอลแรด (LRAD) ย่อมาจาก (Long Range Acoustic Device) นำมาใช้ในการควบคุมฝูงชน เป็นอุปกรณ์ส่งเสียงพูด เสียงที่บันทึกเป็น MP3/WMA ได้ระยะไกล 300 ถึง 3,000 เมตร กำหนดทิศทางของเสียงได้ หลังจากก่อนหน้านี้ประสบความล้มเหลวในการดูแลผู้ชุมนุมมาหลายครั้ง จนกลายเป็นเหตุบานปลายตั้งแต่เหตุการณ์ “ 7 ตุลา “  ” เสื้อแดงบุกหน้าบ้านป๋า  “  รวมถึงเหตุการณ์สงกรานต์เดือด “ ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายในภาพรวมอย่างหนัก จึงนำอุปกรณ์ชนิดนี้มาทดลองใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังจากที่เคยขอยืมหน่วยงานอื่นมาใช้ชั่วคราว เพราะเป็นเครื่องมือสากลที่ใช้ในต่างประเทศใช้ในการควบคุมฝูงชนและสลายการชุมนุม ไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บถาวร ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน มีใช้งานแพร่หลายทั่วโลก         
 
 เครื่องนี้มีลักษณะคล้ายลำโพงขยายเสียง โดยใช้เพื่อประกาศ, เปิดเพลง, เจรจาต่อรอง ภารกิจจราจรและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรบกวนกลุ่มผู้ชุมนม โดยเครื่องที่ใช้มี 2 ขนาด ขนาดใหญ่ใช้กับเครื่องปั่นไฟ มีระยะส่งคลื่นเสียงประมาณ 3 กิโลเมตร มีราคา 2 ล้านบาทและขนาดเล็กใช้สำหรับติดตัว มีระยะส่งคลื่นเสียงประมาณ 300-500 เมตร มีราคา 7 แสนบาท ซึ่งบช.น. ซื้อแล้ว 2 เครื่อง ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เพื่อใช้สำหรับการชุมนุม โดยมีหลายหน่วยงานซื้อใช้แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ บช.น.เคยยืมเครื่องแอลแรดตัวใหญ่มาใช้ในการปฏิบัติภารกิจแล้ว 2 เครื่องและครั้งนี้เป็นการซื้อมาใช้เอง
 
 ผลในการใช้เสียงสลายการชุมนุมของแอลแรด จะก่อให้เกิดเสียงความถี่สูงที่มีผลต่อโสตประสาทในลักษณะดังนี้ 1.โดย ธรรมชาติของคน จะต้องเป็นห่วงสวัสดิภาพความปลอดภัยของตัวเองเป็นหลัก เมื่อได้ยินเสียงจะมีอาการเจ็บปวดแก้วหู จนต้องหลีกเลี่ยงให้พ้นแนวเสียง (บางรายอาจคลื่นไส้ อาเจียน) แต่จะหายสนิท เมื่อออกไปพ้นแนวทิศทางของเสียง 2.บาง รายอาจหาวัสดุมาอุดหู ซึ่งสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดหูได้ในระยะหนึ่ง แต่ถ้าอยู่ในแนวคลื่นเสียงพิเศษเป็นเวลานานก็ไม่สมารถทนได้ นอกจากนี้ผู้ที่อุดหูก็จะสูญเสียการได้ยินทั้งหมด ทั้งจากแกนนำของเขาเองและจากพรรคพวกของเขาที่อยู่รอบๆ