ข่าว

ปลูก"มะละกอ"ไม่พอขาย!

ปลูก"มะละกอ"ไม่พอขาย!

04 ก.พ. 2560

โดย - บุญชู ศรีไตรภพ

         เกษตรกรเมืองเลย เช่าพื้นที่ 10 ไร่ ปลูกมะละกอฮอลอลแลนด์ เป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เฉลี่ยกว่า 1.5 แสนบาท/เดือน

         นายสุนีย์ สันหา วัย 55 ปี เลขที่ 82 หมู่ 2 บ้านหัวฝาย ต.เอราวัณ อ.เอราวัณ จ.เลย เล่าว่า ตนมีอาชีพการเกษตรทั้งปลูกข้าว ทำไร่อ้อย แต่รายได้ไม่แน่นอน มีรายได้เพียง 1 ครั้ง/ปี ไม่คุ้มต้นทุน ประกอบกับค่าครองชีพค่าใช้จ่ายในครอบครัวสูงขึ้น จึงคิดหาอาชีพอื่นเสริม ต่อเมื่อได้กินมะละกอฮอลแลนด์เห็นว่ารสชาติอร่อย หอม หวาน ทั้งมีข้อมูลทางวิชาการว่า มะกอนี้กำลังเป็นที่นิยมและต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ปลูกแล้วได้ราคาดี มีตลาดรองรับ ตลาดผู้บริโภคเปิดกว้าง

 

ปลูก"มะละกอ"ไม่พอขาย!

 

          บวกกับสรรพคุณของมะละกอที่มากมาย ตั้งแต่ช่วยต้านมะเร็ง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี บรรเทาอาการท้องผูก ลดความอ้อวน ป้องกันอาการตับโต เป็นยาบำรุงหัวใจ ตับและสมอง ช่วยกระตุ้นให้แม่มีน้ำนมมากขึ้น ป้องกันโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ เรื่องความสวยงาม ทั้งยังมีเอนไซม์ที่ช่วยบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี

          ด้วยข้อมูลดังกล่าว ลุงสนีย์จึงไปศึกษาดูงานตามสวนมะละกอฮอลแลนด์ในจังหวัดเลย และสวนใกล้เคียงหลายแห่ง

         ภูมิเรื่องอาชีพเสริมของลุงมีพร้อม แต่ปัญหาคือ ไม่มีที่ดินหรือทำเลที่เหมาะสม จึงแสวงหากระทั่งพบที่ดินว่างเปล่าริมถนนมลิวรรณ บ้านปากปวน หมู่ 10 ต.ปากปวน อ.วังสะพุง จ.เลย อันเป็นเส้นทางหลักมีประชาชน นักท่องเที่ยวเดินกันจำนวนมาก อีกทั้ง มีสภาพน้ำลำห้วยและน้ำจากบ่อมาดาลไหลดี จึงขอเช่าจำนวน 10 ไร่ในราคา 100,000 บาท/4 ปี พร้อมลงมือปรับสภาพดินที่เดิมซึ่งมีเชื้อรา จึงแก้ปัญหาโดยไถยกร่องต่ำๆ และใช้ปูนขาวโรย

 

ปลูก"มะละกอ"ไม่พอขาย!

 

         ด้านเมล็ดพันธุ์นั้น ลุงสุนีย์ไปซื้อมะละกอฮอลแลนด์สุก ผลโต ที่ร้านเชื่อถือได้มากิน และนำเอาเมล็ดเพาะเป็นกล้าพันธุ์ เพียง 20-25 วัน ก็แยกกล้ามาปลูกในระยะห่าง 2 เมตร/ต้นและระยะ 2.50 เมตรระหว่างแถว จำนวน 3,000 ต้น ขุดบ่อบาดาล ซื้อท่อ พีวีซี ต่อระบบท่อน้ำเข้าสวนทุกแปลง ปลูกได้ 8 เดือน ก็เก็บขายได้ 

         ปัจจุบันมะละกอฮอลแลนด์ของลุง เปิดแผงขายหน้าสวน ราคาขายส่งกิโลกรัมละ 15-20 บาท ขายปลีก 25 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณออกสู่ตลาดด้วย ซึ่งมะละกอ 1 ไร่ จะให้ผลผลิต 400-800 กิโลกรัม ต่อการเก็บเกี่ยวหนึ่งครั้ง เดือนนึงเก็บผลผลิต 3-4 ครั้ง เว้นการเก็บ 3-5 วันต่อครั้ง และสามารถเก็บผลผลิตไปได้เรื่อยๆยาวนานถึง 4 เดือน ด้านรายได้ลุงบอกว่าเฉลี่ย 150,000 บาท/เดือน

         โดยหลัง 4 เดือนก็จะทำการพักต้น การปลูกมะละกอครั้งหนึ่ง มีอายุการให้ผลผลิตถึงสามปี แล้วจะทำการโละต้นทิ้งแล้วปลูกใหม่ ส่วนฤดูที่มะละกอแพงจะเป็นช่วงเดือน กรกฎาคม-ตุลาคม โดยมะละกอที่จะมีผลผลิตออกช่วงนี้ได้ต้องออกดอกช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน ดังนั้น ต้องระวังอย่าให้น้ำท่วมขังจะทำให้รากเน่าและตาย 

 

ปลูก"มะละกอ"ไม่พอขาย!

 

         ด้านโรคพืช ลุงบอก มะละกอพันธุ์นี้จะมีเชื้อไวรัส หากพบให้ทำการตัดทิ้ง เพราะรักษาไม่ได้ อย่างไรก็ตามลุงบอกตอนนี้ที่สวนมีปัญหาอย่างเดียวที่แก้ไม่ได้นั่นคือ ”ผลผลิตสุกไม่ทันตลาด” 

        ปัจจุบัน ที่สวนของลุงนอกจากขายผลสุกแล้วยังเพาะเมล็ดเป็นต้นพันธุ์ขายในราคา 15-20 บาท/ต้น ซึ่งก็มีลูกค้า เกษตรกรสนใจมาสั่งไว้จำนวนมาก

        ฉะนั้น เกษตรกรที่สนใจปลูกควรมีการวางแผนให้ดีด้วย เพราะตลาดยังเปิดกว้างมาก เป็นไม้ผลที่ตลาดต้องการทั้งปี ไม่ยากที่จะหาตลาด โดยเข้าไปติดต่อแม่ค้าที่ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง หรือตลาดหลักตามจังหวัดแต่ละภูมิภาค เพราะจะมีออร์เดอร์จากตลาดเหล่านี้เข้ามามาก ดังที่ตนเองประสบอยู่ขณะนี้ ซึ่งตนผลิตไม่ทันจนต้องติดต่อสวนอื่นนำผลผลิตมาส่งให้และตนรวบรวมส่งให้ลูกค้าที่สั่ง 

        สำหรับเกษตรกรที่สนใจรายละเอียดการปลูกมะละกอพันธุ์นี้ ลุงบอกสามารถติดต่อที่โทร.084-9559773