
ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับคำสั่งแบนมุสลิม 7 ประเทศ
ศาลสั่งหยุดแบนมุสลิม 7 ประเทศเข้าสหรัฐตามคำสั่ง"โดนัลด์ ทรัมป์"ไว้ชั่วคราว มีผลทั่วประเทศ ตม.-สายการบินปรับตัวกันใหม่อีกรอบ
วันที่ 4 ก.พ. ผู้พิพากษาเจมส์ โรบาร์ต แห่งศาลสหพันธ์ในนครซีแอตเทิล มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการบังคับใช้คำสั่งประธานาธิบดี เรื่องห้ามพลเมืองจากประเทศที่มีประชากรมุสลิมส่วนใหญ่ 7 ประเทศเข้าสหรัฐเป็นการชั่วคราว มีผลให้ระหว่างนี้ประชาชนจากอิรัก อิหร่าน ลิเบีย ซูดาน เยเมน โซมาเลียและซูดาน สามารถยื่นวีซ่าขอเข้าประเทศได้ตามปกติ ระหว่างรอศาลพิจารณาคำร้องของบ็อบ เฟอร์กูสัน อัยการสูงสุดรัฐวอชิงตัน ที่ขอให้ยกเลิกคำสั่งอย่างถาวร
ผู้พิพากษามีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หลังจากวินิจฉัยไม่เห็นด้วยกับข้อโต้แย้งของอัยการรัฐบาลที่ว่า รัฐต่างๆไม่มีอำนาจคัดค้านคำสั่งประธานาธิบดีได้
อัยการเฟอร์กูสัน กล่าวหลังศาลพิพากษาว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ แม้แต่ประธานาธิบดี
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเมื่อวันที่ 27 มกราคม ระงับการออกวีซ่าของพลเมืองจากอิรัก อิหร่าน ลิเบีย ซูดาน เยเมน โซมาเลียและซูดาน เป็นเวลา 90 วัน ระงับโครงการรับผู้ลี้ภัย 120 วัน และระงับการรับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียเข้าสหรัฐอย่างไม่มีกำหนด นับจากนั้นมา ผู้พิพากษาศาลกลางในหลายรัฐ ได้มีคำสั่งคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบในหลายคำร้อง แต่การวินิจฉัยของผู้พิพากษาโรบาร์ตครั้งนี้ นับว่ามีผลบังคับกว้างไกลที่สุดคือทั่วประเทศ ทำให้คำสั่งแบนมุสลิม 7 ประเทศเป็นโมฆะชั่วคราว
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยในวันเดียวกันว่า มีการเพิกถอนวีซ่ารวมทั้งสิ้น 6 หมื่นคนแล้วนับจากทรัมป์ลงนามในคำสั่ง ที่เป็นชนวนประท้วงทั่วประเทศและสร้างความโกลาหลตามสนามบินสหรัฐ เพราะคำสั่งมีผลทันที ทำให้คนจำนวนหนึ่งเดินทางมาถึงแล้วแต่ถูกกักตัวไว้ที่สนามบิน
หลังศาลซีแอตเทิลมีคำสั่ง เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้แจ้งใหม่ไปยังสายการบินสหรัฐว่า รับผู้โดยสารจาก 7 ประเทศที่ถูกห้ามมาหนึ่งสัปดาห์ได้แล้ว ส่วนคนที่ถูกยกเลิกวีซ่าแล้ว ทางการสหรัฐจะออกให้ใหม่ ด้านสายการบินกาตาร์ แอร์เวยส์ เผยว่าจะเริ่มรับผู้โดยสารทุกประเทศที่มีเอกสารเดินทางถูกต้อง แต่ก็อาจจะระงับอีกครั้ง หากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเป็นฝ่ายชนะในชั้นอุทธรณ์
อัยการสูงสุดวอชิงตันเป็นรัฐแรกที่ยื่นคำร้องให้ยกเลิกคำสั่งคุมเข้มเข้าเมืองของประชาชนจาก 7 ประเทศ ซึ่งต่อมา อัยการรัฐมิเนอาโซตาได้เข้าร่วมด้วย โดยให้เหตุผลว่า คำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในประเด็นนี้ขัดต่อกฎหมาย และขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นการกีดกันพลเมืองด้วยเหตุแห่งการนับถือศาสนา เจย์ อินสลี ผู้ว่าการรัฐวอชิงตัน ประกาศว่าคำสั่งศาลคือชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับรัฐวอชิงตัน แต่ยอมรับว่า การต่อสู้กับคำสั่งของทรัมป์ในประเด็นนี้ยังไม่สิ้นสุด
ด้าน ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ "ถูกกฎหมายและเหมาะสม" มุ่งปกป้องประเทศชาติ และประธานาธิบดีมีอำนาจและความรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญในการปกป้องชาวอเมริกัน



