
“เบนซ์” ลั่นบริสุทธิ์-ติงโลกออนโลน์มันปาก!!
“เบนซ์” อ้างไม่รู้จัก “ไซซะนะ” ส่วนที่มา “ลัมโบร์กีนี” อ้างยืมเงินสด “บอย” ดาวน์รถ 6 ล้าน ไม่เคยรู้เบื้องหลังค้ายา
3 ก.พ. 60 ความคืบหน้าภายหลังปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 60/2 ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 โดยหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของเครือข่ายไซซะนะ แก้วพิมพา ที่หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดปูพรมตรวจสอบ มีร้านแต่งรถของ นายอัครกิตติ์ หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง วรโรจน์เจริญเดช อายุ 30 ปี สามีหนุ่มนักซิ่งของ น.ส.ณปภา หรือ แพท ตันตระกูล นักแสดงสาวชื่อดัง รวมอยู่ด้วย พร้อมทั้งยึดรถจักรยานยนต์ราคาแพงหลายคัน รวมทั้งรถซูเปอร์คาร์ ลัมโบร์กีนี มาตรวจสอบพร้อมรอให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงนั้น
เมื่อเวลา 15.30 น. นายอัครกิตติ์ พร้อมทนายความ และมารดา เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. เพื่อให้ปากคำชี้แจงที่มาของทรัพย์สิน รวมถึงรถยนต์หรู ยี่ห้อ ลัมโบร์กีนี กัลลาร์โด (Lamborghini Gallardo LP 570-4 Superleggera) สีเทาดำ
ทั้งนี้ นายอัครกิตติ์สวมแว่นดำมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน ก่อนที่ พล.ต.ต.พรชัยจะเดินนำนายอัครกิตติ์ และทนาย รวมถึงญาติขึ้นบนชั้น 2 เพื่อสอบสวน ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ น.ส.ณปภา ภรรยาสาว ไม่ได้ร่วมเดินทางมาด้วยแต่อย่างใด
ล่าสุด เมื่อเวลา 22.00 น. ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนได้สอบปากคำนายอัครกิตติ์นานกว่า 5 ชั่วโมง นายอัครกิตต์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกพร้อมเปิดใจว่า หลังจากทราบข่าวเมื่อวานนี้ (2 ก.พ.) ตนรู้สึกตกใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ข่าวทางโซเซียลต่างๆ ที่ออกไปก็ยังไม่รู้ว่าอะไรจริงไม่จริง แต่ตนมีการแสดงความบริสุทธิ์โดยได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ว่าจะเข้ามาชี้แจงพร้อมกับหลักฐาน แต่เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ตนมาไม่ทัน จึงมีการนัดหมายกันว่าเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ก.พ. ยินดีจะเข้ามาให้ปากคำและแสดงความบริสุทธิ์โดยนำหลักฐานที่มีมาแสดง จากที่ทุกคนมองเบนซ์ไม่ดีจากการเสพสื่อทางข่าวโซเซียลซึ่งมันเร็วขออย่าเพิ่งไปฟังอะไรมากมายแล้วไปตัดสินใจ ตนเข้าใจว่าอาจจะมันปากสนุกปากแต่ต้องรับฟังความเป็นจริงก่อนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ตนจึงเดินทางมาให้ปากคำพร้อมนำหลักฐานมาชี้แจง ซึ่งต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของ บช.ปส.ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องที่มีข้อสงสัยอะไรก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมแล้วสรุปก่อน เรื่องผลคดีก็รอติดตามต่อไป และขอยืนยันว่าไม่ได้รู้จักนายไซซะนะ
ด้านนายศรัญ กฤษ์อัตการ ทนายความ กล่าวว่า เกี่ยวกับเรื่องข้อกฎหมายเป็นเรื่องของคดีความแต่ยืนยันได้อย่างหนึ่งว่า เบนซ์ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งสิ้น เบนซ์เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนคนหนึ่ง จากการซื้อทรัพย์สินบางอย่าง ซึ่งความบริสุทธิ์ใจของเบนซ์ได้นำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วที่เหลือก็เป็นเรื่องของกฎหมาย ไม่ใช่แค่วันนี้ ตลอดทางจนจบกระบวนการของกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ในครั้งนี้ อะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการเบนซ์ก็จะมาช่วยจนจบเรื่องนี้
ภายหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จแล้วนายอัครกิตต์พร้อมครอบครัวได้เดินขึ้นรถยนต์ โดยนายเบนซ์ได้โอบกอดมารดาเดินไปขึ้นรถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 3 กล 8403 กรุงเทพมหานคร ไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม เดินทางกลับทันที
พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. กล่าวว่า ในวันนี้ทางนายเบนซ์ให้การที่เป็นประโยชน์ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเจ้าหน้าที่จะนำคำให้การที่ได้สอบปากคำในวันนี้ นำไปเทียบเคียงกับแนวทางการสืบสวน เช่น บัญชีธนาคาร เส้นทางการเงินต่างๆ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลา แม้เบนซ์จะยืนยันว่าไม่รู้จักนายไซซะนะ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าเครือข่ายยาเสพติดมีขนาดใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องหาความเชื่อมโยงทั้งหมด ในส่วนบุคคล ทรัพย์สิน แต่ขณะนี้ไม่พบว่าเบนซ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
“อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำนายเบนซ์ให้การถึงที่มาของรถ ลัมโบร์กีนี ว่า ได้ยืมเงินสดจาก นายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ เป็นเงิน 6 ล้านบาท เพื่อนำไปดาวน์รถ ภายหลังได้ใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนไปแล้วบางส่วน ซึ่งความสัมพันธ์ของนายบอยและเบนซ์ สนิทกันเพราะว่าชอบเรื่องความเร็ว และการแต่งรถ โดยที่นายเบนซ์ให้การว่าไม่รู้ว่านายบอยมีเบื้องหลังเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ในส่วนบัญชีเงินฝากที่มีเงินจำนวน 3 แสนบาทที่นายบอยโอนเงินเข้าบัญชีร้านแอเรีย 51 ทุกเดือนนั้น ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด โดยประสานไปทาง ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางเงินทั้งหมด เช่นเดียวกับกรณีอาวุธปืน แม้จะอ้างว่ามีใบครอบครองอาวุธ ก็ต้องไปตรวจสอบที่มาว่าได้มาอย่างไร” พล.ต.ต.ชาตรี ระบุ
พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวอีกว่า ในส่วนกรณีรถบิ๊กไบค์สองคันที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดนั้น นายเบนซ์ได้ให้การถึงที่มาว่า เป็นคนชอบซื้อรถประเภทบิ๊กไบค์ โดยซื้อมาขายไป แต่ในส่วนนี้ไม่ปรากฏว่าเกี่ยวโยงกับนายบอย ในส่วนของพฤติกรรมการสับทะเบียน นายเบนซ์ให้การว่าชื่นชอบในเลข 51 ซึ่งเป็นเลขทะเบียน กจ 51 กทม. โดยปกติเวลาขายรถยนต์จะขายเฉพาะตัวรถ แต่จะเก็บทะเบียนไว้ เพื่อนำมาติดในรถคันใหม่ ซึ่งในกรณีนี้นายเบนซ์ให้การว่าทางกรมการขนส่งยังไม่ได้อนุมัติ แต่เจ้าตัวคิดว่าทางขนส่งน่าจะอนุมัติ จึงนำมาติดเองไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร
พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. กล่าวว่า เบื้องต้นจะนำสำนวนการสอบปากคำในวันนี้มาทำการสรุปทั้งหมด พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กรมขนส่งทางบก สำนักงาน ปปง. เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาทำการสรุปสำนวนทั้งหมด ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้หากเจ้าหน้าที่พบข้อสงสัยในประเด็นใดนั้น อาจจะต้องเรียกทางเจ้าตัว รวมทั้งบุคคลใกล้ชิด มาสอบปากคำ ในส่วนกรณีดาราสาว แพท ณปภา ขณะนี้ยังไม่เชิญตัวมาสอบปากคำ ต้องรอผลสรุปสำนวนเสียก่อน อย่างไรก็ตาม หลังจากสอบปากคำยอมรับว่ามีหลายประเด็นที่ทางชุดสืบสวนให้ความสำคัญ และให้ข้อสงสัย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการยืมเงินจำนวน 6 ล้านบาท ที่สามีของดาราสาวอ้างว่านำไปดาวน์รถ ซึ่งต้องตรวจสอบว่ามีการชดใช้ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหานายเบนซ์แต่อย่างใด ต้องรอผลสรุปสำนวนเสียก่อน



