ข่าว

เตรียมเชิญ “แพท” สอบฐานะพยาน

เตรียมเชิญ “แพท” สอบฐานะพยาน

03 ก.พ. 2560

ตร.เตรียมเชิญ “แพท” สอบฐานะพยาน ผบช.ปส.ลงใต้ขยายผลเครือข่าย “ไซซะนะ” คาดมีเบื้องหลังใหญ่กว่า


               3 ก.พ. 60  เมื่อเวลา 20.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)  กองทัพสื่อมวลชนจำนวนมากยังคงปักหลักรายงานข่าวความคืบหน้าคดี และเฝ้ารอการปรากฏตัวของ นายอัครกิตติ์ หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง วรโรจน์เจริญเดช อายุ 30 ปี สามีหนุ่มนักซิ่งของ น.ส.ณปภา หรือ แพท ตันตระกูล นักแสดงสาวชื่อดัง ที่เดินทางมาให้ปากคำชี้แจงกรณีครอบครองรถหรู ลัมโบร์กีนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาในการสอบปากคำไปแล้วเกือบ 2 ชั่วโมง โดยเริ่มการสอบปากคำอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 18.30 น. ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในสอบปากคำรายละเอียดต่างๆ ประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง

               ทั้งนี้ มีรายงานว่าทาง พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พร้อมชุดสืบสวนตำรวจ บช.ปส. ลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อหาข่าวและขยายผลเครือข่าย นายไซซะนะ โดยทางผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดว่า ได้เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้จริง การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่เพื่อขยายผลเครือข่ายของนายไซซะนะ และเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่เครือข่ายอื่นๆ ซึ่งอาจมีส่วนเชื่อมโยงกัน ส่วนจะเป็นเครือข่ายใดนั้นขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด อย่างไรก็ตาม นายไซซะนะเป็นดีลเลอร์รายใหญ่ ซึ่งแนวทางการสืบสวนเชื่อได้ว่ายังมีผู้อยู่เบื้องหลังรายใหญ่กว่า แต่ขณะนี้ตนขอเวลาตรวจสอบในรายละเอียดก่อน ในส่วนการประสานความร่วมมือกับทางการลาวภายหลังการจับกุมนายไซซะนะก็ได้มีการประสานความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างดีมาโดยตลอด

               พล.ต.ท.สมหมาย ได้เปิดเผยอีกว่า สำหรับการสอบปากคำนายอัครกิตต์ เป็นการสอบปากคำในส่วนของการได้มาของรถหรู รวมทั้งรายละเอียดอื่นๆ ส่วนที่จะต้องเรียกบุคคลอื่นเข้ามาสอบปากคำเพิ่มหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยหลังจากนี้ทางตำรวจ บช.ปส.จะต้องเชิญตัว แพท ณปภา มาทำการสอบปากคำในฐานะพยาน หลังปรากฏข้อมูลหลักฐานภาพถ่ายคู่กับลัมโบร์กีนี ส่วนประเด็นการสอบปากคำนั้นจะเป็นเรื่องของรายละเอียดเรื่องที่มาของรถว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่

               สำหรับกระแสข่าวที่อยู่ในโลกสังคมออนไลน์ปรากฏภาพของดาราถ่ายรูปคู่กับนายไซซะนะที่ประเทศลาว ในกรณีนี้ยังไม่ขอพูดถึง เนื่องจากว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่นายไซซะนะจะมาขอถ่ายภาพด้วยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนและผู้ที่สนใจในข่าวนี้ที่ให้ข้อมูลจนมีการขยายผลเครือข่ายของนายไซซะนะเพิ่มเติม