
ร้อยรวมดวงใจ เทิดไท้องค์ราชินี
ในเดือนแห่งวันแม่ อันเป็นโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สำนักราชเลขาธิการ และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า และกองทัพเรือ ร่วมกันจัดงาน "ร้อยรวมดวงใจ เทิดไท้องค์ราชินี" โดย อ
ภายในงาน อาสา สารสิน กล่าวถึงเว็บไซต์ของสำนักราชเลขาธิการว่า www.ohmpps.go.th เปิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2550 เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงพระราชภารกิจที่ทรงทุ่มเทเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนมาชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ พระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับครั้งนี้เป็นการพัฒนาเว็บไซต์ในระยะที่สอง เป็นการรวบรวมข้อมูลพระราชกรณียกิจ พระราชดำรัส และพระราโชวาทของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ขณะที่ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ซึ่งเคยร่วมปฏิบัติราชการถวายในฐานะหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ถวายความปลอดภัยแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กล่าวถึงความประทับใจที่มิอาจลืมเลือน ซึ่งตัวเองเคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากทั้งสองพระองค์ แม้จะมีโอกาสปฏิบัติราชการถวายอยู่แค่เพียง 12 ปีเท่านั้น โดยครั้งแรกมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิดโดยมิทันเตรียมตัว และครั้งที่สองได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสให้ร่วมโต๊ะเสวย ณ วังไกลกังวล
"ครั้งแรกขณะผมปฏิบัติภารกิจเป็นครูฝึกตำรวจตระเวนชายแดนอยู่ภายในพระราชวังมฤคทายวัน ปรากฏว่าเมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ไปทรงพักผ่อนบริเวณชายหาดเป็นการส่วนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงขับรถยนต์ด้วยพระองค์เองและทอดพระเนตรเห็นเจ้าหน้าที่กำลังฝึก จึงจอดรถแล้วมีรับสั่งถามว่า "มาทำอะไรอยู่ที่นี่" นำความปลาบปลื้มต่อทุกคน เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า พระเจ้าแผ่นดินจะพูดด้วย ถัดมาอีกครั้งเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2510 เมื่อผมและเจ้าหน้าที่ท่านอื่นๆ ได้รับพระราชทานเลี้ยง ณ วังไกลกังวล ซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมในวันสุดสัปดาห์ และได้รับโอกาสให้นั่งโต๊ะเสวย พร้อมกับนั่งทางด้านขวาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด" อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจเล่าด้วยความปลาบปลื้ม
ในฐานะที่เคยปฏิบัติราชการถวายด้านความปลอดภัยส่วนหน้า พล.ต.อ.วสิษฐ เล่าถึงความเป็นแม่ของแผ่นดินของพระองค์ท่านว่า ไม่ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระราชภารกิจใดๆ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถจะโดยเสด็จและทรงร่วมปฏิบัติพระราชภารกิจด้วยตลอดเวลา อย่างเช่น ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยปัญหาการประกอบอาชีพเกษตรกรรมของชาวบ้าน สมเด็จพระนางเจ้าฯ บรมราชินีนาถ จะทรงสังเกตด้านศักยภาพของชาวบ้านจนกลายมาเป็นโครงการศิลปาชีพ ซึ่งล้วนก่อกำเนิดมาจากน้ำพระราชหฤทัยของพระองค์ทั้งสิ้น
เช่นเดียวกับท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ผู้ติดตามและปฏิบัติงานถวายมาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี กล่าวด้วยความซาบซึ้งในน้ำพระราชหฤทัยของสมเด็จแม่ของปวงชนชาวไทยว่า ทรงงานโดยทุ่มทั้งพระราชหฤทัยและพระวรกาย โดยเฉพาะผ้าไหมไทย หากไม่ทรงริเริ่มโครงการขึ้น เชื่อว่าวันนี้ทุกคนจะเห็นผ้าเหล่านี้ได้จากในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น นอกจากนี้ยังทรงห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทยแม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่ทรงต้องการหรืออยากได้อะไรจากประชาชนเลย จะมีเพียงแต่ให้อย่างเดียว อีกทั้งยังเป็นการให้อย่างยั่งยืนถาวรอีกด้วย
"เมื่อครั้งเสด็จฯ ในถิ่นทุรกันดารนอกจากจะทรงห่วงใยประชาชนในพื้นที่แล้ว ทรงนึกถึงเหล่าตำรวจตระเวนชายแดนด้วยมีพระราชกระแสรับสั่งให้นำถุงพระราชทาน ซึ่งภายในประกอบด้วยของใช้จำเป็นอย่างดี รวมถึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้จัดหาข้าวแกงสำหรับแจกชาวบ้านต่างจังหวัดที่มารอเฝ้ารับเสด็จในช่วงตอนเย็น หรือแม้แต่ข้าวกล่อง หากสำหรับผู้ชายต้องใส่ข้าวเยอะๆ" รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ กล่าวย้ำอีกครั้ง



