
“ล้งจีน”ครอบตลาดลำไยท้องถิ่น!
โดย - รศ.สมพร อิศวิลานนท์
ลำไยเป็นไม้ผลเศรษฐกิจของไทยชนิดหนึ่ง จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรมีพื้นที่เพาะปลูกลำไยประมาณ 1.10 ล้านไร่
ปี 2558 โดยภาคเหนือมีสัดส่วนของพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุดร้อยละ 81 ภาคกลางร้อยละ 16 และที่เหลือมีปลูกกันบ้างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในปี 2558 มีผลผลิตโดยรวมประมาณ 0.87 ล้านตัน สำหรับแหล่งผลิตในภาคเหนือที่สำคัญได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย และพะเยา ส่วนในภาคกลางมีปลูกกันมากในจังหวัดจันทบุรี และส่วนมากเป็นพันธุ์อีดอ
ประมาณว่ากว่าร้อยละ 80 ของผลผลิตลำไยส่งเป็นสินค้าออก โดยในปี 2557 มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 15,052 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นมูลค่าการส่งออกลำไยสดมากที่สุดร้อยละ 53 และรองลงมาได้แก่มูลค่าลำไยอบแห้งร้อยละ 36.60 ที่เหลือเป็นพวกแช่เย็น หรือส่งออกในรูปผลไม้กระป๋อง
ส่วนตลาดส่งออกลำไยที่สำคัญของไทยได้แก่จีน เพราะในวัฒนธรรมของจีนถือว่าลำไยเป็นผลไม้มงคล ทำให้ความต้องการลำไยในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ หรือเทศกาลในการไหวบรรพบุรุษมีสูงมาก นอกจากนี้ในตำราแพทย์แผนจีนได้ใช้ลำไยเป็นส่วนประกอบของยาอายุวัฒนะและยารักษาโรคต่างๆ อีกด้วย ทำให้การผลิตลำไยของจีนไม่เพียงพอและต้องนำเข้าทั้งในรูปของลำไยสดและลำไยอบแห้งเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศ
การเปิดตลาดการค้าผักและผลไม้เสรี (FTA ไทย-จีน) ในปี 2546 หรือกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดการขยายตัวของการส่งออกลำไยและรวมถึงผลไม้ไทยในประเทศจีน เพราะคุณภาพของลำไยและรวมถึงผลไม้ไทยเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคในจีน ทำให้ผู้ประกอบการจีนเห็นโอกาสจากนโยบายดังกล่าว ได้เข้ามาทำการค้าลำไยและผลไม้ในไทยเป็นจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ระยะแรกผู้ประกอบการจีนได้ใช้วิธีเข้ามาติดต่อกับผู้ประกอบการไทยเพื่อให้เป็นผู้รวบรวมผลผลิตให้ตนตามฤดูกาลแล้วผู้ประกอบการจีนทำหน้าที่ดำเนินการจัดการส่งออกไปจีนเอง ต่อมาระยะหลังผู้ประกอบการจีนเห็นโอกาสและมีความรอบรู้ในพื้นที่ดีมากขึ้น จึงยกระดับตนขึ้นเป็นผู้รวบรวมผลผลิตในท้องถิ่นไปพร้อมกับการคัดบรรจุไปด้วยกันหรือที่เรียก “ล้งจีน” และออกไปรับซื้อลำไยและผลไม้ในพื้นที่ในราคาที่สูงกว่า“ล้งไทย”เพราะพวกล้งจีนได้สิทธิพิเศษทางภาษีขาเข้าเมื่อส่งสินค้าไปยังตลาดจีน มีผลทำให้“ล้งไทย”แข่งขันไม่ได้ และท้ายที่สุดล้งไทยจำนวนมากจึงต้องขายกิจการให้ล้งจีน
การเข้ามาจำนวนมากของล้งจีนโดยเฉพาะในภาคตะวันออก แม้ดูผิวเผินจะก่อให้เกิดการแข่งขันกันในการรับซื้อโดยเฉพาะในช่วงระยะแรกๆ แต่เมื่อนานวันเข้าได้รวมกลุ่มกำหนดราคารับซื้อไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนการทำตลาดรับซื้อในท้องถิ่นและส่งออกไปพร้อมๆกัน รวมถึงการมีกิจกรรมเหมาสวนแบบตกเขียว หรือการเหมาเช่าสวนแล้วส่งคนเข้าไปดำเนินการดูแลจัดการสวนเอง อีกด้วย
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
เกษตรกรรายใดที่ไม่ยอมตกลงขายล่วงหน้า และเมื่อถึงเวลาผลผลิตออกแล้วไปติดต่อให้ล้งจีนรับซื้อจะถูกปฎิเสธหรือหากรับซื้อก็จะซื้อในระดับราคาที่ต่ำกว่ารายที่ตนเองไปตกลงไว้ล่วงหน้า ฤดูเก็บเกี่ยวที่ผ่านมานี้ผลผลิตลำไยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีมีมาก ล้งจีนที่เคยรับซื้อกิโลกรัมละ 50-60 บาท ในปีนี้ล้งจีนรับซื้อล่วงหน้าในราคาเพียงกิโลกรัมละ 35-37 บาท และรายใดที่มาขายให้ในภายหลังจะรับซื้อในระดับราคาที่ต่ำกว่านี้อีก
การเร่งจัดตั้งตลาดกลางและตลาดกลางชุมชนประชารัฐตามแนวนโยบายของท่านรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หากให้รวมถึงการพัฒนาตลาดกลางลำไยและผลไม้ในท้องถินให้มีประสิทธิภาพไปด้วย น่าจะเป็นทางออกในการแก้ปัญหาล้งจีนครอบงำตลาดให้กับเกษตรกรไทยได้ทางหนึ่ง



