
รวบ“อินทัช”หลอกสมัครสมาชิกกู้เงินล้าน
เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย แถลงการจับกุมประธานชมรมพัฒนาอาชีพแห่งประเทศไทย หลอกลวงสมัครสมาชิกกู้เงินได้รายละ 1 ล้าน ดอกเบี้ยร้อยละ 1
2 ก.พ. 60 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ชาญชัย ว่านเครือ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 และ พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภาค 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมกันแถลงการจับกุมตัว นายอินทัช สารพันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ สภ.เมืองไหม ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่ จ.20/2560 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน พร้อมของกลางเป็นสมุดบัญชีรายชื่อสมาชิกที่อยู่ในเครือข่ายหลาย 10 เล่ม แต่ละเล่มมีการระบุจำนวนสายการทำงานในแต่ละพื้นที่
พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภาค 4 กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้ ก่อนหน้านี้เคยเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจเวียงคำฟ้ากระนวน จ.ขอนแก่น ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็นชมรมพัฒนาอาชีพแห่งประเทศไทย และทำหน้าที่เป็นประธานชมรมพัฒนาอาชีพแห่งประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มงานความมั่นคง และตัวแทนธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เข้าตรวจสอบและได้เตือนว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน ขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ เนื่องจากไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดี
ต่อมาพบว่า ผู้ต้องหายังคงมีพฤติการณ์ในลักษณะหลอกลวงชาวบ้านให้สมัครเป็นสมาชิกกู้เงินกับทางชมรม ตามโครงการกู้เงินช่วยเหลือพิเศษ โดยสมาชิก 1 รายสามารถขอกู้เงินได้จำนวน 1 ล้านบาท โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท มีระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้นาน 10 ปี โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน โดยผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกเข้าร่วมโครงการ ต้องใช้เอกสารการสมัครเป็นสำเนาบัตรประชาชน 3 ชุด สำเนาทะเบียนบ้าน 3 ชุด สำเนาบัญชีธนาคารออมสิน 3 ชุด โดยไม่มีการกรอกเอกสาร แต่ให้ลงลายมือชื่อไว้
นอกจากนี้ ผู้สมัครต้องจ่ายค่าดำเนินการ รายละ 300 - 500 บาท ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าในเงินจำนวนนี้ จะถูกแบ่งจ่ายให้ผู้รวบรวมหาสมาชิก 100 บาท หักเข้าชมรม 100 บาท และให้นายอินทัช 300 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปมอบให้กับนายทุนเจ้าของเงินกู้ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่สืบสวนแล้วกลับพบว่า ไม่เป็นความจริง และตัวนายอินทัชก็ไม่สามารถจัดหาเงินทุนที่อ้างกับสมาชิกมาให้กู้ได้ และยังพบว่ามีการเลื่อนนัดจ่ายเงินกู้มาแล้วหลายครั้ง โดยมีผู้ตกเป็นเหยื่อและหลงเชื่อเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกเกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะในแถบภาคอีสาน
นอกจากนั้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า มีผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรมกว่า 100,000 ราย กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายอินทัชได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง บริเวณถนนหทัยราษฎร์ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา
ด้านนายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดได้แจ้งเตือนไปยังทุกอำเภอในจังหวัดขอนแก่น ให้ผู้นำชุมชนได้แจ้งเตือนลูกบ้านให้ระมัดระวังเรื่องนี้มานานแล้ว และได้ออกหนังสือแจ้งเตือนถึง 2 ฉบับ กระทั่งนำมาสู่การสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ที่บูรณาการร่วมกันจนนำไปสู่การพบข้อมูลว่าการดำเนินงานของชมรมดังกล่าวเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน โดยนำเอาจำนวนเงินมาดึงดูดความสนใจของประชาชน ซึ่งมีผู้ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อกว่า 1 แสนรายทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบสวนว่ามีผู้ใดอยู่ในขบวนการบ้าง หากพบว่าใครเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะต้องดำเนินการทางกฎหมาย
ขณะที่ พล.ต.ชาญชัย ว่านเครือ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 เปิดเผยว่า ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุม ได้มีการเรียกตัวนายอินทัชมาสอบถามว่า การกู้เงินจากต่างประเทศเป็นการไปกู้ด้วยตนเองหรือไม่ ซึ่งนายอินทัชบอกว่าการกู้เงินครั้งนี้เป็นการกู้ผ่านผู้ให้การสนับสนุน โดยนายอินทัชจะไปกู้เงินต่อจากผู้ให้การสนับสนุนที่ได้เงินมาจากแหล่งเงินในต่างประเทศ ซึ่งตรวจสอบพบว่า เป็นผู้ชาย ชื่อ “ธานินทร์” โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพบว่า จากสภาพความเป็นอยู่ของชายที่นายอินทัชอ้างว่าเป็นผู้ให้การสนับสนุน แทบไม่มีความเป็นได้ แต่ตัวนายอินทัชเองก็ยังยืนยันว่าแหล่งเงินทุนดังกล่าวยังมีอยู่จริง โดยได้ทำสัญญาไปแล้วแต่ยังไม่ได้เงิน ซึ่งจะมีพฤติกรรมแบบนี้มาโดยตลอด โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวนายอินทัชไว้สอบสวนต่อไป



