
รวบรวมบทเพลงเปิดคอนเสิร์ตการกุศล
คอนเสิร์ตการกุศล “ยามเย็น...กับเพลงของพ่อ” ที่สร้างสรรค์โดย วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล
“แดดรอนรอน เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา ทอแสงเรืองอร่ามช่างงามตา ในนภาสลับจับอัมพร” หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบในบทเพลงพระราชนิพนธ์ จากพระอัจริยภาพทางดนตรีของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้ว มาร่วมรำลึกถึงบทเพลงเหล่านั้นกันอีกครั้ง กับ คอนเสิร์ตการกุศล “ยามเย็น...กับเพลงของพ่อ” ที่สร้างสรรค์โดย วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ ผู้สนับสนุนหลัก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวบรวมและถ่ายทอดเพลงของพ่อ ในบรรยากาศแดดรอนรอนในช่วงยามเย็น โดยเปิดโต๊ะแถลงข่าวที่หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันก่อน
รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข - เกศรา มัญชุศรี
เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก กล่าวว่า “ยินดีอย่างยิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้มีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดคอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้ เพื่อร่วมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และระลึกถึงพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านบทเพลงที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ไว้อย่างมากมาย
“การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านดนตรี เป็นงานที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการ SET เยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการจัดประกวดดนตรี เพื่อให้เยาวชนมีเวทีแสดงความสามารถด้านดนตรีอย่างสร้างสรรค์ร่วมกับวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล มากว่า 10 ปี รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุน วงดุริยางค์ฟีลฮาโมนิกแห่งประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องด้วย” เกศรา กล่าวเพิ่มเติม
ด้าน รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ เรียกว่าครั้งนี้จะเป็นปรากฎการณ์ของคอนเสิร์ตการกุศลที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง เพราะ ‘ยามเย็น…กับเพลงของพ่อ’ มีความพิเศษในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การรวม 3 รูปแบบเพลงของพ่อ อาทิ เพลงพระราชนิพนธ์ของพ่อ, เพลงที่แต่งขึ้นเพื่อพ่อ และ เพลงโปรดของพ่อ ที่นับเป็นความพิเศษที่จะทราบถึงเพลงที่พระองค์ทรงโปรด มารวมไว้ในเวทีเดียวกันเป็นครั้งแรก นอกจากนั้น สถานที่ในการจัดแสดง ซึ่งได้แก่ มหิดลสิทธาคาร ยังมีความพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ระบบเสียง แสง วิศวกรรมเวที และระบบอะคูสติก (Acoustic) ที่ทันสมัย เหมาะกับการจัดคอนเสิร์ต รวมทั้งเป็นครั้งพิเศษที่เหล่าศิลปินจะได้มาแสดงร่วมกับวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย หรือ ทีพีโอ (Thailand Philharmonic Orchestra - TPO) ทั้งสิ้น 98 ชีวิต ร่วมในการแสดงกว่า 2 ชั่วโมงเต็ม ถ่ายทอดทั้งหมด 25 บทเพลง ซึ่งเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น นับเป็นโอกาสพิเศษที่หาชมได้ยาก จึงไม่อยากให้พลาดชมการแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้แม้แต่วินาทีเดียว
ชาลินี กิติยากร ณ อยุธยา ม.ร.ว.ศรีเฉลิม กาญจนภู
ภายในงานนอกจากเหล่าตัวแทนศิลปินที่มาร่วมโชว์บทเพลงแล้วมีเหล่าคนดัง ที่รักในบทเพลงของพ่อ ตีตั๋วแถวหน้าเข้าร่วมงานแถลงข่าวเพื่อให้กำลังใจและอิ่มเอมไปกับบทเพลง พร้อมบอกกล่าวความประทับใจ อย่าง ม.ร.ว.ศรีเฉลิม กาญจนภู เล่าถึงเพลงพระราชนิพนธ์ที่ชอบที่สุดว่า เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียนเป็นเพลงที่ชอบมากที่สุด เพราะในเนื้อหาของเพลงพูดถึงเรื่องของความหวัง จริงๆ แล้วเรียกได้ว่าโตมากับเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงรักชาติ จึงได้ยินเพลงเหล่านี้มาตั้งแต่ครั้งยังเด็ก ทำให้เรารับรู้ได้ถึงพระอัจฉริภาพของพระองค์ท่านได้เป็นอย่างดี ที่ท่านไม่ได้เก่งเพียงแค่การพัฒนาสังคมเท่านั้น แต่ยังมีบทเพลงพระราชนิพนธ์เพื่อพัฒนาจิตใจให้กับเราคนไทย รวมถึงในระดับสากลอีกด้วย ทุกวันนี้พอได้ยินเพลงเหล่านี้ก็มีน้ำตาไหล เพราะคิดถึงพระองค์ท่าน
กมลวรรณ วิปุลากร, ดร.ศุภชัย สุขะนินทร์, มยุรา ยุวจรัสกุล, อัครรัฐ วรรณรัตน์
พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ มอบดอกไม้ให้กับศิลปิน
ในขณะที่ ชาลินี กิติยากร ณ อยุธยา กล่าวว่า ชื่นชอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน อยู่แล้ว เพราะได้ฟังมาตลอด รวมถึงเพลงอื่นๆ ที่ทั้งลูกสาวและลูกชาย หลังจากที่กลับมาจากอังกฤษ อยู่ดีๆ ก็มาขอลองเล่นเปียโนเพลง ยามเย็น เราด้วยความที่ชื่นชอบอยู่แล้วก็สนับสนุนและรู้สึกว่า เพลงของพระองค์ท่าน ทำให้เด็กรุ่นใหม่ได้หันมาสนใจในเรื่องของดนตรีได้ดีทีเดียว
สำหรับคอนเสิร์ตการกุศล “ยามเย็น...กับเพลงของพ่อ” จะจัดแสดงขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม 2560 เวลา 16.00 – 18.00 น. ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา รายได้ หลังหักค่าใช้จ่าย มอบสมทบ “มูลนิธิชัยพัฒนา” เพื่อสานต่องานของพ่อ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบัตรชมการแสดงที่หมายเลข 02-009-9988 ต่อ 3100 เวลา 9.00 น. – 17.00 น. หรือทาง www.moneychannel.co.th ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ เป็นต้นไป



