
ศุลกากรยึด“เกล็ดลิ่น”ลอบผ่านไทยมูลค่า29ล.
จนท.กรมศุลกากร สกัดลักลอบนำ “เกล็ดลิ่น” หรือ “ตัวนิ่ม” ผิดกฎหมาย โดยใช้ไทยเป็นเป็นทางผ่าน มูลค่าความเสียหายกว่า 29 ล้านบาท
เกล็ดลิ่น หรือ “เกล็ดตัวลิ่น” หรือ “ตัวนิ่ม” จำนวน 2.9 ตัน ของกลางที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรสกัดกั้นการลักลอบนำลิ่นและเกล็ดลิ่น ผิดกฎหมายผ่านเข้าประเทศไทย ในเส้นทางสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 เที่ยวบิน TK064 ตรวจพบ เกล็ดลิ่ม 34 ห่อ น้ำหนัก 1.7 ตัน และวันที่ 23 ธันวาคม 2559 เที่ยวบินเดียวกัน พบอีก 24 ห่อ 1.2 ตัน ที่สำแดงเท็จเป็นเกล็ด สืบทราบพบว่า ต้นทางมาจากเมืองกินชาซา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และจะส่งไปยังประเทศปลายทาง คือ สปป.ลาว โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน มูลค่าความเสียหายกว่า 29 ล้านบาท
นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม โดยระบุว่า ลิ่น เป็น 1 ในสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนของอนุสัญญาไซเตท (CITES) ห้ามนำเข้า-ออกและนำผ่านอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับ นอแรด และงาช้าง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา
นายกุลิศ ยังกล่าวอีกว่า ลิ่น ส่วนใหญ่ที่มีการลับลอบจะนำไปประกอบเป็นยาโด้ป อาหาร ตามความเชื่อของชาวจีน ซึ่งหากหลุดสามารถจำหน่ายได้ อยู่ที่กิโลกรัมละ 4 หมื่นบาท โดยเกล็ดลิ่มที่ตรวจพบกว่า 2.9 ตัน จะต้องฆ่าตัวลิ่มหรือตัวนิ่ม กว่า 6 พันตัว
ทางด้าน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุจะต้องนำเกล็ดลิ่มไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นเกล็ดลิ่นชนิดใด จากประเทศใด หรือ อยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครองประเภทใด ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ได้แจ้งข้อหาบุคคลที่มีชื่อในการลักลอบนำเข้าราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2467 นำผ่านสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากของสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2555 กรมศุลกากรได้มีการตรวจจับยึดเกล็ดลิ่นที่มาจากฝั่งทวีปแอฟริกามาแล้ว 9 คดี ยึดของกลางได้ 3.4 ตันมูลค่ากว่า 35 ล้านบาท โดยทุกคดีจะถูกส่งไปยัง สปป.ลาว ที่เป็นประเทศปลายทางทั้งสิ้น



