
ตร.พบพิรุธ'เซลล์แมน'หายตัว-เรียก'พ.อ.'ให้ข้อมูล
ตร.ติดต่อนายทหารยศพันเอกให้ข้อมูลคดีเซลล์แมนหายตัว คาดพัวพันหญิงคนสนิท พบพิรุธหลังสอบพยาน
จากกรณีนายรัติภูมิ พิมใจใส หรือเบิร์ด อายุ 34 ปี เซลล์แมนขายรถยนต์ หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.59 โดยภรรยาของนายรัติภูมิแจ้งความบุคคลสูญหายไว้ที่ สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 ม.ค.60 โดยอ้างว่าสามีคือนายรัติภูมิ ออกจากบ้านไปเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.59 แล้วไปพักกับเพื่อนสนิทแล้วไม่สามารถติดต่อได้
รายงานข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวนระบุว่า วันนี้ (2 ก.พ.) ชุดสืบสวนสอบสวนได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ให้ชุดสืบสวนสอบสวนติดต่อไปยังนายทหารยศพันเอกนายหนึ่ง มีความสนิทสนมกับ น.ส.มิ้ว (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ซึ่งเคยแจ้งความลงบันทึกประจำวันกล่าวหานายรัติภูมิ ลักทรัพย์สินและพยายามล่วงละเมิด โดยให้เดินทางมาพบชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลเป็นแนวทางการสืบสวนสอบสวน อีกทั้งเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายรัติภูมิ
ชุดสืบสวนสอบสวนเปิดเผยอีกว่า การสืบสวนสอบสวนยังไม่มีความชัดเจนว่า นายรัติภูมิ ถูกผู้อื่นกระทำหรืออาจหายตัวไปเอง เนื่องจากชุดสืบสวนไม่สามารถติดต่อและติดตามภรรยาของนายรัติภูมิ รวมถึงเพื่อนสนิทของนายรัติภูมิ ชื่อ “โอ๊ต” เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมได้ ทำให้ชุดสืบสวนสอบสวนตั้งข้อสงสัยว่าการหายตัวไปของนายรัติภูมิ ยังเป็นปริศนาพบข้อพิรุธหลายประเด็น ซึ่งหลังเชิญตัวพยานปากแรกซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวประกอบอาชีพกวาดขยะละแวกสายใต้ใหม่ให้ปากคำว่า ทรัพย์สินซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เงินสด 20,000 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง ตกอยู่ที่สวนหย่อมเกาะกลางถนนใกล้ตอม่อของสะพานลอยฟ้า จากนั้นนำโทรศัพท์มือถือไปขายให้กับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในราคา 3,000 บาท ซึ่งเงินสดได้นำไปซื้อทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาทจำนวน 1 เส้น
นอกจากนี้ชุดสืบสวนสอบสวนเชิญพยานปากที่สองซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยายนต์รับจ้าง ซึ่งให้ปากคำสอดคล้องว่าพยานปากแรกนำโทรศัพท์มือถือมาขายให้ แต่ไม่ทราบว่านำมาจากที่ใด ทำให้ชุดสืบสวนสอบสวนตั้งข้อสงสัยในประเด็นทรัพย์สินของนายรัติภูมิว่า เพราะเหตุใดพยานปากแรกถึงพบทรัพย์สินในสวนหย่อมบนเกาะกลางถนน แล้วเหตุใดทรัพย์สินของนายรัติภูมิถึงตกหล่นตรงจุดดังกล่าว โดยมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนหากนายรัติภูมิถูกผู้อื่นกระทำเพื่อต้องการให้หายตัว อาจขว้างทรัพย์สินออกมาจากรถยนต์ ทั้งนี้ชุดสืบสวนสอบสวนพยายามตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกดังกล่าวแต่ก็ยังไม่พบ เนื่องจากระยะเวลาเกิดเหตุนานกว่า 1 เดือน



