
อภิปราย พ.ร.บ.งบฯมี ส.ส.ขอสงวนคำแปรญัตติ184คน
ชินวรณ์ เผย อภิปราย ร่างพ.ร.บ.ฯ มี ส.ส.ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ทั้งหมด 184 คน ได้อภิปรายคนละ 10 นาที ชั่วโมงละ 6 คน เชื่อ ระหว่าง พรรคร่วมรบ. ไม่มีปัญหา ภท. ไม่เอาคืน เรื่อง แต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์ เหตุ เป็นเรื่องของกระบวนการบริหารไม่ใช่ความขัดแย้
(26ส.ค.) นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุเข้าสู่วาระแล้ว เพื่อนำกลับมาหารือในวาระพิเศษ หลังจากนั้นก็ต้องมีการลงมติทั้งฉบับอีกครั้ง ซึ่งวันนี้มีส.ส.ที่ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ทั้งหมด 184 คน โดยจะมีการอภิปรายคนละ 10 นาที ชั่วโมงละ 6 คน ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ที่สามารถอภิปรายในส่วนที่ตัวเองได้แปรญัตติไว้เป็นรายมาตรา ที่ผ่านมาเคยมีการใช้เวลาอภิปรายในวาระ 2-3 ประมาณ 2 วัน ซึ่งตนจะนัดประชุมหารือกับวิปทั้ง 2 ฝ่ายอีกครั้งในเวลา 10.00 น.วันนี้ เพื่อให้การอภิปรายมีประสิทธิภาพ และหากมีส่วนใดที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ต้องชี้แจงก็ขอให้กรรมาธิการฯชี้แจงให้ชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้อภิปราย 184 คนใช้เวลา 2 วันเพียงพอหรือไม่ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ต้องมีการหารือกันว่าจะทำอย่างไร ให้การอภิปรายครอบคลุมตามลำดับรายมาตรา และเป็นประโยชน์ต่อการซักถามของกรรมาธิการฯ ที่ได้มอบหมายให้ไปพิจารณาในช่วงที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมในวันนี้มีการบรรจุไว้ในวาระเพิ่มเติม จะต้องมีการเลื่อนขึ้นมาใช่หรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ประธานสภาต้องหยิบยกมาหารือในครั้งแรกว่า จะขอมาพิจารณาเป็นวาระพิเศษว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯได้กำหนดกรอบเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน และต้องให้สมาชิกวุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบภายใน 20 วัน ซึ่งตามปกติต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 ต.ค.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้อภิปราย 184 คนใช้เวลา 2 วันถ้ามีการประท้วงเกิดขึ้นโอกาสที่จะขยายวันออกไปเป็นไปได้หรือไม่ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เข้าใจว่าน่าจะพูดคุยกันได้ เพราะการอภิปรายในชั้นของการพิจารณาเป็นรายมาตรานั้น ถึงแม้สมาชิกจะมีสิทธิ์ในการอภิปรายแต่ถ้าประธานฯเห็นว่าซ้ำกัน ก็สามารถยุติการอภิปรายได้ ซึ่งเบื้องต้นยังเป็นเวลา 2 วันอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่การพิจารณาอาจจะกระท่อนกระแท่นและอาจจะถูกตีตกไป เพราะปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย นายชินวรณ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาเรื่องความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯมีตัวแทนจากทุกพรรคร่วมพิจารณา และขณะนี้สาระของร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีมีความชัดเจนแล้ว เพียงแต่ว่าเป็นเรื่องของเทคนิคที่จะนำเสนอการพิจารณาในสภาเท่านั้น เพราะประธานสภาฯไปบรรจุไว้ในระเบียบวาระที่รายงานของคณะกรรมาธิการฯพิจารณาเสร็จแล้วเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวหรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยอาจจะเอาคืนบ้าง เพราะเมื่อวานนี้ที่ประชุมครม.มีปัญหาเรื่องการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตนอยากเรียนทำความเข้าใจว่า ในเรื่องการโยกย้ายข้าราชการไม่ใช่เป็นเรื่องของความขัดแย้ง แต่เป็นเรื่องของกระบวนการบริหารและเวลาพิจารณาโยกย้ายข้าราชการประจำปี ก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์แบบนี้ทุกครั้ง แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็เข้าใจบทบาทของแต่ละพรรคที่รับผิดชอบ และนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บริหารสูงสุด ก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการบริหารนั้นอยากยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับการจะมาต่อรองการลงมติ การอภิปรายในสภาอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมพรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นห่วงเรื่องนี้มากถึงขนาดสั่งกำชับในที่ประชุมพรรคว่า ส.ส.ห้ามลาห้ามขาด นายชินวรณ์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) ในที่ประชุมพรรค ตนได้แจ้งข้อประชุมของวิปรัฐบาลที่มีความเป็นห่วงเรื่องการลงมติในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี เพราะถ้าหากว่าฝ่ายค้านยังติดใจอยู่ก็จำเป็นจะต้องลงมติเป็นรายมาตรา เพราะฉะนั้นองค์ประชุมก็ต้องพร้อมอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อมีการอภิปรายเป็นรายมาตราจบแล้ว ก็ต้องลงมติให้ความเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯทั้งฉบับอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสภาก็ต้องมีองค์ประชุมครบและต้องมีมติโดยเสียงข้างมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯเป็นแบบอภิปรายไม่ไว้วางใจย่อยๆ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเพื่อนสมาชิกที่จะอภิปราย แต่ประธานสภาต้องควบคุมให้เป็นไปตามข้อบังคับ เพราะการอภิปรายในวาระ 2-3 ยังอภิปรายได้เฉพาะที่แปรญัตติไว้เท่านั้น และต้องไม่อภิปรายเหมือนกับชั้นรับหลักการ และหลังอภิปรายเป็นรายมาตราแล้วก็ถือว่าจบไป ไม่มีการติดใจ ตนก็เข้าใจว่าในส่วนของผู้แปรญัตติทั้งหมด จะมุ่งเน้นในเรื่องสาระของงบประมาณมากกว่า



