ข่าว

รวบเครือข่ายยา“ไซซะนะ”แฉ"ดาราไทย-ไฮโซรถหรู"ร่วมแก๊งฟอกเงิน

รวบเครือข่ายยา“ไซซะนะ”แฉ"ดาราไทย-ไฮโซรถหรู"ร่วมแก๊งฟอกเงิน

01 ก.พ. 2560

ปส.ขยายผลรวบเครือข่าย“ไซซะนะ”ราชายาเสพติดลาว แฉดาราไทย-ไฮโซแก๊งรถหรูร่วมวงปาร์ตี้-ฟอกเงินเพียบ

     วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าวจับขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 2 คดี มูลค่ารวมกว่า 406,530,120 บาท 

     พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า คดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (บก.สกส.บช.ปส.) ร่วมกับ บก.ปส.2 และบก.สส.ภ.1 จับกุมตัวผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายม่าง ย่างคีรี อายุ 38 ปี นางกนกวิภา ย่างคีรี อายุ 38 ปี และนายไพเสริฐ แซ่ย่าง อายุ 40 ปี ทั้งหมดเป็นชาว ต.รวมไทยพัฒนา อ.พบพระ จ.ตาก พร้อมของกลาง ยาบ้า 720,000 เม็ด รถยนต์กระบะ 2 คัน โดยสามารถจับกุมนายม่าง และนางกนกวิภา ได้ที่บริเวณภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาหนองขอนกว้าง ถนนมิตรภาพ ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี และจับกุมนายไพเสริฐ ได้ที่บริเวณสามแยกไฟแดงกุมภวาปี ถนนมิตรภาพ ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” เมื่อเวลา 06.30 น.ของวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา

     พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ บก.สกส.บช.ปส. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนทางภาคอีสานด้าน จ.นครพนม โดยจะนำมาเก็บพักรอที่บ้านเช่าในเขตพื้นที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เพื่อรอการส่งให้กับลูกค้า โดยจะใช้รถยนต์กระบะบรรทุกที่จัดทำช่องลับต่างๆไว้สำหรับซุกซ่อนยาเสพติด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงจัดกำลังเฝ้าสะกดรอยติดตาม กระทั่งเวลา 04.00 น. ของวันที่ 29 ม.ค. พบกลุ่มผู้ต้องหาขับรถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน ลักษณะมีพิรุธ ใช้เส้นทาง เซกา – บึงกาฬ – บึงโขงโหลง – วานรนิวาส – สกลนคร – อุดรธานี จึงขับรถติดตาม

     พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า กระทั่งเวลา 06.30 น. รถยนต์กระบะของผู้ต้องหาแวะที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาหนองขอนกว้าง ต.หนองขอนกว้าง อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบของกลางยาบ้าซุกซ่อนอยู่ตามช่องลับต่างๆของรถกระบะโตโยต้าวีโก้ จึงทำการจับกุมและจะได้สืบสวนขยายผลการจับกุมบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์ต่อไป

     พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า คดีที่สองตรวจยึดของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ลักษณะเป็นเกล็ดผลึกสีขาวใส บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม จำนวน 87 ถุง รวมน้ำหนักทั้งหมดประมาณ 87 กิโลกรัมยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชาแห้งอัดแท่ง) น้ำหนักรวม24.10 กรัมที่บ้านเลขที่ 793/9 หมู่บ้านชยนันท์ เฟส 2 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาแต่ผู้ต้องหาคือนายโถ บี เซียง (MR.TOH BEE SIANG) ชาวมาเลเซียหลบหนีไปได้

     พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่าการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากวันที่ 26 มกราคมเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านเลขที่ 793/9 หมู่บ้านชยนันท์ เฟส 2มีนายโถเช่าพักอาศัยโดยไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดประเภทไอซ์ส่งออกจำหน่ายประเทศเพื่อนบ้านจึงเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งสามารถตรวจยึดของกลางไอซ์และกัญชาซุกซ่อนอยู่ในโซฟา และในห้องนอนของบ้านหลังดังกล่าวจึงนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 เพื่อสืบสวนสอบสวนขยายผลและติดตามตัว นายโถ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

     ด้าน พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีแรกที่จับกุมชนเผ่าม้งนั้นเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายไซซะนะ ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาวที่เพิ่งถูกจับได้เมื่อกลางเดือนมกราคม โดยกลุ่มนี้จะใช้เส้นทางจ.นครพนม นัดรับยาที่ริมแม่น้ำโขง โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้จะพักห่างจากจุดพักยา 50 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการจับกุม สิ่งสำคัญจะรู้ความเคลื่อนไหวของตำรวจท้องที่ หากมีการกวาดล้างจับกุมจะหยุดการเคลื่อนไหว ที่สำคัญจากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การชักทอดว่ามีบุคคลในวงการบันเทิง กลุ่มบุคคลไฮโซที่มีชื่อเสียง และวงการรถหรูมีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลทรัพย์สินของเครือข่ายนายไซซะนะ ด้วย

     พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวอีกว่า เมื่อทำการขยายผลทราบว่าทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยนายไซซะนะ จะเช่าบ้านที่อยู่ห่างไกลผู้คนเป็นที่พักทรัพย์สิน สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างตัวนายไซซะนะ กับกลุ่มบุคคลไฮโซทั้งหลาย ทราบว่า นายไซซะนะ จะแสดงตนเป็นเศรษฐีจากฝั่งลาวเข้ามาในประเทศไทย จากนั้นก็จะจัดปาร์ตี้เชิญเหล่าดาราและบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายวงการมาร่วมงาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้จักกัน จากนั้นก็จะใช้การแปลงทรัพย์สินต่างๆในลักษณะฟอกเงิน 

     พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า สำหรับเครือข่ายของนายไซซะนะ จากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศประมาณกว่า 100 เครือข่าย โดยบางกลุ่มหันมาผลิตยาเอง แต่ยังไม่มีศักยภาพพอที่จะส่งออกนอกประเทศเทียบเท่านายไซซะนะ

     ทั้งนี้ สถิติผลการจับกุมคดียาเสพติดประจำปีงบประมาณ 2560 ช่วงวันที่ 1 ต.ค.-31 ม.ค. สามารถจับกุมได้ 143 คดี ยึดของกลางยาบ้า 14 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 871 กิโลกรัม เฮโรอีน 69 กิโลกรัม โคเคน 16 กิโลกรัม กัญชาแห้ง 369 กิโลกรัม และยึดทรัพย์สินกว่า 84 ล้านบาท