
ช่วยทำคอก5พัน! สัตว์อ่วม8.8ล้านคัว!
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
กรมปศุสัตว์ระดมหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ 1.92 แสนคนใน 4,281 หมู่บ้าน เผยสัตว์ได้รับผลกระทบกว่า 8.88 ล้านตัว ส่งทีมแจกจ่ายเสบียงต่อเนื่อง เดินหน้าฟื้นฟูสุขภาพสัตว์เต็มกำลัง เร่งเยียวยาผู้สูญเสีย
นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยถึงผลกระทบและการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรด้านปศุสัตว์ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า จากการสำรวจเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 2ธันวาคม 2559 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน พบว่า มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม จำนวน 192,488 คน ใน 653 ตำบล 4,281 หมู่บ้าน และมีสัตว์ได้รับผลกระทบรวม 8,885,576 ตัว
เป็นโค-กระบือ จำนวน 373,869 ตัว แพะ-แกะ 83,025 ตัว สุกร 329,676 ตัว สัตว์ปีก 8,099,006 ตัว และแปลงหญ้า 19,400 ไร่ ในจำนวนนี้มีสัตว์ที่ตายและสูญหายรวม 226,804 ตัว แยกเป็นโค-กระบือ 876 ตัว แพะ-แกะ 678 ตัว สุกร 1,727 ตัว และสัตว์ปีก 223,523 ตัว โดยพื้นที่เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ จังหวัดพัทลุง มีสัตว์ได้รับผลกระทบกว่า 3.26 ล้านตัว
ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ได้เร่งให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร โดยอพยพสัตว์ไปยังพื้นที่สูงรวมกว่า 1,223,916 ตัว และแจกจ่ายเสบียงสัตว์ให้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ หญ้าแห้ง จำนวน 1,302,227 กิโลกรัม อาหารทีเอ็มอาร์ (TMR) /อาหารสำเร็จรูป 180,140 กิโลกรัม โดยได้รับการสนับสนุนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดรถไฟขบวนพิเศษช่วยขนส่งหญ้าแห้งนำไปแจกจ่ายแก่เกษตรกรผู้ประสบภัยในพื้นที่ และขณะนี้ได้สั่งการให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่เร่งสำรองเสบียงสัตว์ไว้จำนวนมากในรูปแบบของคลังหญ้าสด หญ้าแดดเดียว อาหารผสมสำเร็จ และ TMR เป็นต้น เพื่อสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน
“นอกจากนั้น กรมปศุสัตว์ยังส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางและหน่วยพัฒนาสุขภาพและผลผลิตโคนมจากทั่วประเทศกว่า 220 นาย ลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์เขต 8 และเขต 9 โดยได้จัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ 50 หน่วยออกให้บริการเพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง และสงขลา โดยให้บริการรักษาพยาบาลสัตว์แล้ว จำนวน 96,907 ตัว แจกถุงยังชีพสัตว์/เวชภัณฑ์ 9,891 ชุด ฉีดวัคซีนป้องกันโรคสัตว์ จำนวน 1,412 ตัว และดำเนินการศัลยกรรมสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 ตัวด้วย”อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม กรมปศุสัตว์ได้มีมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรเร่งด่วนหลังน้ำลดโดยยึดตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร พ.ศ.2556 อาทิ ช่วยเหลือค่าวัสดุซ่อมแซมคอกสัตว์ที่เสียหาย ครอบครัวละไม่เกิน 5,000 บาท โดยทำเรื่องเบิกจ่ายได้จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดในพื้นที่ พร้อมสนับสนุนพืชอาหารสัตว์ วัคซีน และเวชภัณฑ์รักษาสัตว์เพื่อป้องกันและกำจัดโรคสัตว์อย่างต่อเนื่อง และติดตามเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ที่อาจเกิดขึ้นหลังน้ำลดอย่างใกล้ชิด ทั้งยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจ้างเหมารถยนต์หรือเรือเอกชนในการขนย้ายสัตว์เลี้ยงกลับสู่พื้นที่เดิมด้วย
นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์
“กรณีแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์สาธารณะเสียหาย จะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ ไม่เกินไร่ละ 2 กิโลกรัม หรือใช้หน่อพันธุ์/ท่อนพันธุ์ไม่เกินไร่ละ 250 กิโลกรัม ส่วนแปลงหญ้าของเกษตรกรจะได้รับความช่วยเหลือรายละไม่เกิน 20 ไร่ โดยจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ ไม่เกิน 2 กิโลกรัม/ไร่ หรือใช้หน่อพันธุ์/ท่อนพันธุ์ไร่ละไม่เกิน 250 กิโลกรัม โดยราคาเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ที่สนับสนุนไม่เกิน 110 บาท/กิโลกรัม หน่อพันธุ์/ท่อนพันธุ์ไม่เกินกิโลกรัมละ 2.50 บาท กรณีที่สัตว์ตายหรือสูญหายจะเร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามจำนวนเท่าที่เสียหายจริง โดยจ่ายเงินชดเชยให้ไม่เกินเกณฑ์การช่วยเหลือที่กำหนด”นายสัตวแพทย์อภัย กล่าว



