
ชป.กรมการปกครองบุกจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์แบรนด์ดัง
ผอ.ส่วนการสอบสวนคดีอาญา นำชุดเฉพาะกิจกรมการปกครอง พร้อมตัวแทนลิขสิทธิ์ ลุย 3 ห้างฯดังในอ.บางละมุง ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
วันที่ 1 ก.พ.60 นายมานะ สิมมา ผอ.ส่วนการสอบสวนคดีอาญา พร้อมด้วยนายณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม,นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง,ตัวแทนจากบริษัทชาแนล เอสเออาร์แอล บริษัทหลุยส์ วีตตอง มาลเลติเย จำกัด ,มจ.เวอริเช็ค บริษัท แจแอลเอ คอนซัลติ้ง จำกัด,เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.),กรมทรัพย์สินทางปัญญา,กองกำลังทหารหมวดรักษาความสงบเรียบร้อยอำเภอบางละมุง และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนกว่า 50 นาย เข้าตรวจค้นจุดเป้าหมาย 3 จุด ในอ.บางละมุง ประกอบไปด้วยห้างสรรพสินค้าไมค์ช็อปปิ้งมอลล์, ไซมอลช็อปปิ้งมอลล์และวอคกิ้งสตรีท เพื่อจับกุมผู้ที่มีการจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อเวลา 14.30น. ของวันที่ 31 มกราคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณไมค์ช็อปปิ้งมอลล์ซึ่งถือเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้ารายใหญ่ในพัทยากลางและพัทยาใต้ ที่บริเวณด้านล่างเป็นล็อคไว้สำหรับให้เช่าขายของไม่ตำกว่า30ล็อค ซึ่งส่วนใหญ่ขายเสื้อผ้า,รองเท้า,กระเป๋า,นาฬิกาและหมวกที่ผลิตเลียนแบบและใช้เครื่องหมายการค้าปลอมอาทิ Louis Vuitton,Gucci,NikeและAdidss เมื่อทางเจ้าหน้าที่ลงจากรถเพื่อเข้าแสดงตัวและจับกุมแม่ค้าพ่อค้าที่กระทำความผิดต่างพากันวิ่งหนีกันอลมานวุ่นวาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบเข้าควบคุมสถานการณ์จนสามารถควบคุมตัวกระทำความผิดได้6ราย จากนั้นได้ควบคุมตัวทั้งหมดขึ้นรถและทำการยึดทรัพย์สินทั้งหมดไว้เป็นของกลาง
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากการตรวจสอบผู้ต้องหาที่จับมาได้นั้นมีทั้งคนไทยและต่างด้าว ซึ่งส่วนใหญเป็นลูกจ้าง ที่รับจ้างมาขายของ
ต่อมาเวลา 17.30น. เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดมาที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอบางละมุง เพื่อทำการคัดแยกตรวจสอบสินค้าและแถลงผลการจับกุม โดยนายนริศ กล่าวว่าผลการจับกุมครั้งนี้เนื่องจากกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาจัดประเทศไทยไว้ในอันดับสถานการณ์การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาไว้ในบัญชี PWL หรือกลุ่มประเทศที่ไม่ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างพอเพียงและมีการละเมิดทรัพย์สินในระดับสูง ทางรัฐบาลจึงมีนโยบายที่ต้องการจะปราบปรามผู้ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้หมดสิ้นไปจึงได้มีการกำหนดจังหวัดเป้าหมายไว้21จังหวัด41เป้าหมาย ซึ่งที่จังหวัดชลบุรีถือเป็นที่แรกในการปฏิบัติงานในครั้งนี้
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าไปพูดคุยและทำความเข้าใจกับตัวผู้ประกอบการถึงผลเสียจากการการนำสินค้าระเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาขายว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายตลาดสินค้าไทย ทำลายภาพลักษณ์และผู้ค้าที่เป็นคนต่างด้าวนั้นถือว่าเป็นการแย่งอาชีพคนไทย แต่ก็มีผู้ประกอบการหลายเจ้ายังคงฝ่าฝืน จึงได้มีการบูรณาการหลายฝ่ายเข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 3 จุด ห้างสรรพสินค้าไมค์ช็อปปิ้งมอลล์,ไซมอลช็อปปิ้งมอลล์และวอคกิ้งสตรีท สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้8ราย ของกลางกว่า10,000ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
เบื้องต้นจะดำเนินคดีในข้อหา "จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนในราชอาณาจักร มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน4ปี หรือปรับไม่เกิน400,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับพร้อมกับส่งตัวผู้ต้องหาและของกล่างให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



