ข่าว

นายกฯเตรียมเชิญฝ่ายการเมืองถกปรองดอง

นายกฯเตรียมเชิญฝ่ายการเมืองถกปรองดอง

31 ม.ค. 2560

 “บิ๊กตู่”เตรียมเชิญฝ่ายการเมืองถกปรองดองสัปดาห์นี้ ลั่นสั่งเองไม่ได้ โยนสื่อ-สังคมกดดัน เชื่อคุยครั้งเดียวไม่จบ แต่ต้องคุยให้จบ ชี้ยุทธศาสตร์ 2

           31 ม.ค. --  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินงานของป.ย.ป. จะเห็นผลเป็นรูปธรรมอะไรบ้าง ภายในระยะเวลา 1 ปีอย่างไรว่า การทำยุทธศาสตร์ชาติรัฐบาลได้ดำเนินการมาตลอด วันนี้จะนำสิ่งที่ยังติดขัดในการแก้ปัญหามาดำเนินการ เช่น การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างยั่งยืน รวมถึงถนนและเส้นทางรถไฟ หากปัญหาไหนที่ต้องใช้กฎหมายก็ต้องไปเร่งประสานให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณากฎหมายออกมาจึงจะสามารถเดินงานได้
           โดยการทำงานจะต้องทำเชิงบูรณาการและนำมาสู่การขับเคลื่อนในระยะที่ 2 สิ่งใดที่ทำแล้วก็ต้องรวบรวมมา แต่สิ่งไหนที่ยังติดและจะทำให้ยั่งยืน ต้องมาเริ่มต้นใน 1 ปีนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะค้างและเดินไปไม่ได้สักอย่าง เมื่อรัฐบาลหน้าเข้ามาก็ทำไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงอนาคตด้วย อย่างไรก็ตามตนได้สั่งการไปชัดเจนแล้ว โดยเริ่มต้นทำงานกันตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา
           “ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้เดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติมาแล้ว 6 เรื่อง ดังนั้นจะส่งต่อไปอีก 4 ปีข้างหน้าอย่างไร ซึ่งรัฐบาลชุดหน้าก็ต้องทำสานงานต่อตามที่ยุทธศาสตร์ได้วางเอาไว้ แต่ยุทธศาสตร์ชาติที่เราวางไป 20 ปี ไม่ได้วางส่งเดช เมื่อผ่านไปทุก 5 ปี ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์โลก เช่น วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐอเมริกา เราก็ต้องมาปรับเอา เขาไม่ได้เขียนว่าต้องทำตามทั้งหมด เราจะไปบังคับการบริหารเขาได้อย่างไร อยู่ที่ประชาชนจะเลือกคนบริหารที่ดีเข้ามาก็แล้วกัน ซึ่งผมได้วางพื้นฐานไว้ให้แล้ว การบริหารราชการทั้งโลกเขาเป็นแบบนี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
           นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ส่วนคณะกรรมการปรองดอง คงคุยกันครั้งเดียวไม่จบ แต่ก็คุยจนกว่าจะจบ จนกว่าจะได้เรื่อง อย่าไปบังคับมากนัก ยังไงก็มีกรอบเวลาอยู่แล้ว เลือกตั้งมาแล้วไม่จบก็คือไม่จบก็เลือกตั้งไป ซึ่งเป็นเรื่องของทุกคน อยากได้อย่างไรก็ทำไป ถ้าคุยกันไม่ได้ก็ทำไม่ได้ แล้วจะให้ตนไปบังคับได้อย่างไร การปรองดองทำได้หลายอย่างไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองหรือคดีความ แต่ต้องปรองดองในสิ่งที่พูดและทำมาทั้งหมด ทั้งยุทธศาสตร์ชาติ การบริหารงานเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งหมดมันติดกัน แต่ส่วนหนึ่งที่คณะกรรมการปรองดองต้องทำ คือเรื่องความขัดแย้งในการบริหารราชการแผ่นดิน ตรงนี้ต้องนำไปพิจาณาด้วย ในฐานะที่เป็นประธานทุกคณะตนได้มอบนโยบายและแนวทางการทำงาน รวมถึงโครงสร้างต่าง ๆ ไปแล้ว
           พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า จากนี้ก็ต้องไปขับเคลื่อนข้างล่าง นำนโยบายที่ตนพูดไปดำเนินการ ซึ่งจะสอดคล้องกับการทำงานของรัฐบาล ที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีในงานฟังชั่น งานบูรณาการทั้งระบบ และในวันนี้จะเป็นการนำเรื่องที่ติดปัญหามาขับเคลื่อนให้เร็วขึ้น เป็นการคิดแบบเชิงบริหาร ตนคิดแบบทหาร โดยฝ่ายพลเรือนจะไปแปลงออกเป็นระเบียบคำสั่ง กฎกระทรวง หากติดกฎหมายก็นำเข้าสนช. เรื่องนี้ที่ผ่านมาไม่มี ในระยะแรกจึงอาจจะเข้าใจยาก แต่ในวันนี้ก็เริ่มทำงานกันได้แล้ว
           “ส่วนเรื่องการบรรจุคนข้างนอกเข้ามาเป็นกรรมการ ก็เอาเท่าที่มาได้ก่อน เพราะไม่ได้คุยครั้งเดียว ต้องมีหัวมีหาง มีคนทำงาน มีคนบันทึก เพราะยังไม่สรุป ยังมีอีกหลายคณะที่ต้องคุยกัน ฟังเขาแล้วก็บันทึก เพื่อนำทุกอย่างมารวบรวม ถ้าตรงกันก็ไปได้ ถ้าไม่ตรงกันก็คุยต่อ การทำงานแบบนี้คือปรองดอง ไม่ใช่แต่สั่งให้ปรองดอง จะไปสั่งได้อย่างไร จะสั่งด้วยสื่อหรือสังคม ไปสั่งเขาเอง ผมไม่สั่ง ทุกคนต้องยินยอมพร้อมใจ ส่วนการเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วมหารือก็คงเริ่มในสัปดาห์นี้ เขาพร้อมเมื่อไรก็จะมีการเชิญ ส่วนรายละเอียดต้องไปถามกระทรวงกลาโหม เพราะพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง เขาทำได้เมื่อไรก็ทำ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนอยากให้สื่อนำคำถามที่ถามตนในวันนี้ไปถามรัฐบาลในวันหน้าดูว่าเขาจะตอบได้หรือไม่ ถ้าเขาตอบได้ตนก็มั่นใจว่ามันจะเดินไปได้ แต่ถ้าเขาตอบไม่ได้อย่างที่ตนตอบมันไปไม่ได้หรอกเชื่อซิ แต่ตนไม่ได้ดูถูกเขา เพราะเขากำลังพัฒนาตัวเองอยู่ และจะมาเสนอในคณะกรรมการปรองดอง ซึ่งเราจะถามว่าจะร่วมมือกันอย่างไรในเรื่องต่าง ๆ ไม่ใช่เอาเฉพาะคดีอย่างเดียว เรื่องเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ มีหรือไม่ จะเห็นด้วยหรือไม่ เพื่อให้สังคมได้รับรู้โดยทั่วกัน ว่าเขาคิดอย่างไร วันหน้าประชาชนจะได้เลือกคนได้ถูก เมื่อตนพูดไปแบบนี้เดี๋ยวกลายเป็นไม่หมดเลย ซึ่งมันไม่ใช้ต้องพูดกันหลายเรื่อง คณะที่ตั้งขึ้นมามีทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และฝ่ายกฎหมาย รวมถึงนักวิชาการก็คุยได้หมด