
“มีชัย”ชี้ร่างกม.คุมสื่อฯส่อใช้ไม่ได้เหตุขัดรธน.
“มีชัย”ชี้ร่างกม.คุมสื่อฯส่อใช้ไม่ได้เหตุขัดหลักการแห่งร่างรธน.ฉบับผ่านประชามติ ย้ำการกำกับสื่อฯทำได้แต่ต้องให้สื่อฯ คิดกันเอง ด้าน“ชาติชาย”แนะใช้ช่องศาลรธน.
31 ม.ค. -- นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เตรียมผลักดันและเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ.... เพื่อเป็นมาตรการในการกำกับและดูแลสื่อมวลชน ผ่านคณะสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ที่มีองค์ประกอบของภาครัฐร่วมกับตัวแทนขององค์กรสื่อมวลชน ว่า ในหลักการของการออกกฎหมายใดๆ ต้องมีความสอดคล้องและยึดกับรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ โดยในร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ มีหลักการให้สื่อมวลชนมีเสรีภาพในการประกอบวิชาชีพและคุ้มครองการใช้สิทธิและเสรีภาพดังกล่าว รวมถึงวางหลักการให้สื่อมวลชนควบคุมและกำกับกันเองเพราะหากให้บุคคลในวิชาชีพอื่นเข้ามาดำเนินการอาจเกิดการแทรกแซงได้
“ผมเคยเสนอให้ไปคุยกัน โดยกรรมาธิการอาจตั้งประเด็น เช่น มีปัญหาอะไร และต้องการแก้ไขอย่างไร จากนั้นให้ตั้งอนุกรรมการที่มีเฉพาะสื่อมวลชนร่วมกันคิดเอง ว่าหากเผชิญปัญหาจะทำเช่นไร เหตุผลที่เสนอเพราะวิชาชีพสื่อมวลชนถือเป็นวิชาชีพพิเศษ ที่การทำงานคนภายนอกอาจไม่เข้าใจได้ดีเท่าสื่อมวลชนเอง ทั้งนี้ในร่างกฎหมายที่พูดถึงกัน ผมยังไม่เห็นเนื้อหา แต่การออกกฎหมายใดๆก็ตามต้องยึดหลักการและไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ หากกฎหมายใดทำขัดกับรัฐธรรมนูญถือว่ากฎหมายนั้นใช้ไม่ได้ ส่วนประเด็นที่เกิดขึ้นและสื่อมวลชนเรียกร้องนั้นทางที่ดีควรพูดคุยกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจ”นายมีชัย กล่าว
นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ. กล่าวในประเด็นเดียวกันด้วยว่าสำหรับร่างพ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพสื่อมวลชน ต่อการให้มีกลไกกำกับการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่มีภาครัฐเข้ามาร่วมด้วยนั้น ส่วนตัวมองว่าอาจขัดต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ มาตรา 40 ที่กำหนดให้บุคคลมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ดังนั้นหากกรณีดังกล่าวผ่านเป็นบทกฎหมายอาจใช้ช่องทางของศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความในเนื้อหาของกฎหมายนั้นได้ ส่วนตัวมองด้วยว่ากลไกให้มีสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติที่มีภาครัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยไม่ใช่เป็นสิ่งที่สื่อมวลชนเรียกร้องอาจมีเจตนาแอบแฝงที่รัฐต้องการเข้าไปกำกับหรือควบคุมบางอย่าง



