
ทรัมป์ปลดรักษาการรมต.ยุติธรรมท้าทายคำสั่งคนเข้าเมือง
ประธานาธิบดีสหรัฐ สั่งปลดรักษาการรัฐมนตรียุติธรรมทันที เหตุท้าทายคำสั่งแบนรับผู้อพยพ-มุสลิม 7 ประเทศชั่วคราว
31 ม.ค.ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ สั่งปลด แซลลี ควิลเลียน เยทส์ รักษาการรัฐมนตรียุติธรรมที่แต่งตั้งมาจากรัฐบาลบารัค โอบามา ไม่กี่นาทีหลังจากที่เธอมีคำสั่งอัยการในกระทรวง ไม่ต้องปกป้องคำสั่งคุมเข้มการอพยพเข้าเมืองของเขา
พร้อมกันนี้ ทรัมป์แต่งตั้งอัยการ ดานา โบเอนเต รักษาการแทน จนกว่าวุฒิสมาชิกเจฟฟ์ เซสชันส์ จะได้รับการรับรองดำรงตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมคนใหม่ ซึ่งทรัมป์วิจารณ์สมาชิกวุฒิสภาเดโมแครตเตะถ่วงการลงมติรับรองด้วยเหตุผลการเมือง
ทำเนียบขาวระบุในแถลงการณ์ว่า แซลลี เยทส์ ไร้ประสิทธิภาพเรื่องชายแดนและอ่อนแอมากในเรื่องการอพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย รักษาการรัฐมนตรียุติธรรม"ทรยศ"ต่อกระทรวงยุติธรรมด้วยการปฏิเสธบังคับใช้คำสั่งประธานาธิบดีเพื่อปกป้องพลเมืองสหรัฐ และคำสั่งนี้ก็ผ่านความเห็นชอบในแง่กฎหมายจากสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงยุติธรรมแล้ว
ขณะที่ทำเนียบขาวกำลังเผชิญการฟ้องร้องหลายศาลและกระแสวิจารณ์หนักหน่วงจากทั่วโลก หลังออกคำสั่งงดออกวีซ่าแก่ชาวมุสลิม 7 ประเทศ แต่รักษาการรัฐมนตรียุติธรรม มีหนังสือถึงอัยการในกระทรวง แสดงความไม่เชื่อว่าคำสั่งประธานาธิบดีในเรื่องนี้ ชอบด้วยกฎหมาย
ในหนังสือระบุว่า บทบาทกระทรวงคือแสวงหาความยุติธรรมและความถูกต้อง เธอไม่เชื่อว่าการปกป้องคำสั่งประธานาธิบดี สอดคล้องกับความรับผิดชอบเหล่านี้ และไม่เชื่อด้วยว่าเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น ตราบใดที่ยังรักษาการรัฐมนตรียุติธรรม กระทรวงจะไม่นำเสนอข้อโต้แย้งเพื่อปกป้องคำสั่งของประธานาธิบดีจนกว่าจะมั่นใจว่าเป็นเรื่องที่สมควรทำ
อัยการของ 16 รัฐ ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ระบุว่าคำสั่งของทรัมป์ขัดรัฐธรรมนูญและจะคัดค้านจนถึงที่สุด และอัยการรัฐวอชิงตัน ซึ่งร่วมออกแถลงการณ์ เป็นรายแรกที่ยื่นฟ้องกล่าวโทษต่อประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันจันทร์เพื่อหวังล้มคำสั่งดังกล่าว นอกจากนี้สภาความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลาม ซึ่งเป็นองค์กรอิสระรณรงค์เพื่อสิทธิพลเมือง เป็นตัวแทนของโจทก์กว่า 20 คน ยื่นฟ้องเพื่อคัดค้านคำสั่งของทรัมป์ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้เมื่อวันจันทร์ภายในกระทรวงต่างประเทศมีหนังสือเวียนที่ลงนามโดยนักการทูตกว่าร้อยคนแสดงความเห็นคัดค้านคำสั่งของทรัมป์ และระบุว่า การห้ามพลเมืองจากชาติมุสลิมเข้าประเทศจะไม่ทำให้สหรัฐปลอดภัยขึ้น ไม่ใช่วิถีของชาวอเมริกัน และเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดถึงโลกมุสลิม



