
เร่งถกประกันออกกรมธรรม์เหมืองแร่
กพร.เตรียมหารือบริษัทประกันภัย ออกกรมธรรม์ประกันภัยเหมืองแร่ ตาม พ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่
นายอนุ กัลลประวิทย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารสิ่งแวดล้อม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวถึงความคืบหน้าของการออก พ.ร.บ.แร่ ฉบับใหม่ ว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ได้ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว รอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จากนั้นก็จะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา หลังประกาศจะใช้เวลาอีก 180 วัน ในการบังคับใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว กพร.จะเร่งออกอนุบัญญัติที่เป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไป
ทั้งนี้ ในพ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่จะต่างจากเดิมในเรื่องของการเปิดให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนนร่วมในการควบคุมเหมืองแร่มากขึ้น รวมทั้งยังได้ตั้ง 4 กองทุนในการช่วยเหลือประชาชนรอบเหมืองแร่ โดยกองทุนที่เกิดขึ้นมาใหม่ คือการประกันภัยเหมืองแร่ ที่กำหนดให้เหมืองแร่ที่จะต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) จะต้องซื้อประกันชนิดนี้ อย่างไรก็ตามเป็นของใหม่สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีบริษัทประกันภัยของไทยที่มีกรมธรรม์ชนิดนี้ ดังนั้น กพร.จะหารือกับบริษัทประกันภัยทั้งหมดในการออกกรมธรรม์เหมืองแร่นี้ ซึ่งจะต้องมีราคาเบี้ยประกันที่เหมาะสมที่เหมืองแร่จะรับได้
“กพร.จะเร่งลงไปเจรจากับบริษัทประกันภัยทั่วประเทศให้ออกกรมธรรม์เหมืองแร่ให้ทันภายใน 180 วัน เพื่อให้เหมืองแร่ที่ต้องจัดทำอีเอชไอเอที่มีอยู่ประมาณ 10% ของทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเหมืองแร่ขนาดใหญ่ เช่น เหมืองแร่ที่มีโลหะหนัก เหมืองโปแตช เป็นต้น ให้ได้ทำประกันภัยได้ทันตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งหากล่าช้าอาจจะกระทบต่อการประกอบกิจการเหมืองแร่ได้” นายอนุ กล่าว
ที่เหลืออีก 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเฝ้าระวังสุขภาพ กองทุนพัฒนาชุมชนรอบเหมืองแร่ และกองทุนฟื้นฟูเหมืองแร่ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีกองทุนเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ กพร.จะออกอนุบัญญัติเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน โดยเฉพาะการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนตามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม



