ข่าว

เก่งไม่ต้องรอเฮง

เก่งไม่ต้องรอเฮง

31 ม.ค. 2560

คอลัมน์ ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 

          เวลาที่มนุษย์หรือคนเราทำความผิดเกิดขึ้นและถูกจับได้ไล่ทัน คนที่ทำผิดและถูกจับได้ก็จะกล่าวโทษว่าเป็นเรื่องของดวงบ้างเป็นเรื่องของโชคบ้าง หรือบางทีก็อ้างว่าเป็นเพียงการทดลอง ซึ่งย่อมต้องมีผิดมีถูกเกิดขึ้นได้ ในขณะเดียวกันหากว่ามีคนอื่นกระทำการสิ่งใดประสบผลสำเร็จขึ้นมา คนที่มีจิตอิจฉาริษยาแฝงอยู่ในใจของทุกผู้คน ก็พยายามที่จะหาข้ออ้างยกขึ้นมาว่าความสำเร็จนั้นมิได้เกิดขึ้นเพียงเพราะคนผู้หนึ่งผู้ใดเท่านั้น แต่มีโชคดีเข้ามาช่วยหรือที่บอกกันว่า “เฮง” ด้วยนั่นเอง

          แต่ในความเป็นจริงแล้วคนเราจะลงมือทำอะไรก็ตามไม่สามารถที่จะไปหวังพึ่งพาดวง โชค หรือความเฮงใดๆ ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอาศัยข้อมูลและองค์ประกอบที่พิสูจน์ทราบได้เข้ามาเป็นตัวกำหนดเท่านั้น ใครที่มีข้อมูลในมือมากและแม่นยำ อีกทั้งสามารถนำข้อมูลนั้นมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับงานที่กำลังทำได้ ความสำเร็จก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ เช่นเดียวกันกับคนที่ไม่มีข้อมูลหรือมีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องก็ไม่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จเช่นกัน 

          สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินตนเองก่อนจะตัดสินใจลงมือทำ ต้องไม่คิดเข้าข้างตนเอง ต้องรู้เราให้มากกว่าที่จะรู้เขา หมายความว่าต้องยอมรับในสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของตนเอง และเลือกเอาจุดแข็งขึ้นมาใช้ให้ถูกต้อง และหากยอมรับได้ว่าจุดอ่อนของตนเองมีอย่างไรบ้างและหาทางแก้ไขจุดอ่อนนั้นๆ ได้ก็ย่อมต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าจุดอ่อนที่สุดของคนเราก็คือ มักจะคิดว่าตนเองเก่งกว่าหรือมีความสามารถมากกว่าผู้อื่นเสมอ และมักจะไม่ยอมรับจุดอ่อนหรือจุดที่เป็นปมด้อยองตนเอง

          ตัวอย่างการประเมินตนแบบเข้าข้างตนเองจนทำให้เกิดความล้มเหลวบ่อยครั้งก็คือ พ่อครัวในร้านอาหารที่มีชื่อเสียง เพราะรสชาติอาหารเอร็ดอร่อยถูกปากคนทั่วไป ทำให้พ่อครัวคิดว่าความสำเร็จทั้งหมดนี้เป็นเพราะฝีมือการปรุงอาหารของตนเอง ส่วนเจ้าของร้านคือผู้ที่มากอบโกยผลประโยชน์จากความสำเร็จของตนเองเท่านั้น พ่อครัวรายนั้นจึงไปกู้เงินมาเพื่อสร้างร้านอาหารเป็นของตนเอง แต่ก็พบว่าไม่มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนเหมือนเช่นเคย ในขณะที่ร้านเดิมเปลี่ยนพ่อครัวคนใหม่กลับยังมีลูกค้าเข้าไปอุดหนุนกันหนาแน่นเช่นเดิม หรือบางครั้งแม้ว่าร้านใหม่จะมีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนคับคั่ง แต่เมื่อตรวจดูบัญชีค่าใช้จ่ายและรายรับแล้วกลับพบว่าอยู่ในสภาวะขาดทุน

          กรณีอย่างนี้คนที่อยู่ในฐานะของพ่อครัวก็มักจะบอกว่าตนเองนั้น “ดวงไม่ดี” ในขณะที่บอกว่าเจ้าของร้านเดิมนั้นเป็นคน “เฮง หรือ โชคดี” แทนที่จะหันกลับไปตรวจสอบดูว่าจุดแข็งหรือความเก่งของตนเองนั้น มีเพียงแค่ฝีมือในการปรุงอาหารเท่านั้น แต่การคิดต้นทุน การดูทำเลเปิดร้าน การบริหารจัดการภายในร้าน การโฆษณาประชาสัมพันธ์หาลูกค้าเข้าร้าน ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นหัวใจของการทำธุรกิจร้านอาหาร ตนเองไม่มีความรู้ในเรื่องเหล่านี้แม้แต่น้อยจึงทำให้ต้องขาดทุน มิได้เป็นเพราะความมีโชคดีหรือโชคร้าย หรือเป็นเพราะเฮงหรือไม่เลยสักนิดเดียว 

          หากพ่อครัวคนนั้นประเมินตนเองอย่างจริงจังไม่เข้าข้างตนเองและยอมรับจุดด้อยในตัวเอง จากนั้นจึงไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อลดจุดด้อยลงไป หรือไปหาคนที่มีจุดแข็งมาเสริมจุดด้อยให้เข้ามาเป็นหุ้นส่วน โดยไม่คิดว่าตนเองเก่งแต่เพียงผู้เดียว ก็จะประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องรอความเฮงที่ไหนมาช่วยแม้แต่น้อยครับ