
ลอบสังหารนักกฎหมายมุสลิมสูญเสียครั้งใหญ่ปชต.เมียนมาร์
กลุ่มสิทธิระหว่างประเทศชี้การปลิดชีพทนายความมุสลิมและที่ปรึกษาอองซาน ซูจี เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของสิทธิมนุษยชนเมียนมาร์ ลูกสาวเชื่อศาสนาปมฆาตกรรม
30 ม.ค. ตำรวจเมียนมาร์ยังไม่เปิดเผยมูลเหตุจูงใจของมือปืนที่ยิงสังหารนาย อู โค นี ที่ปรึกษาทางกฎหมายของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางอองซาน ซูจี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่พรรคเอ็นแอลดี ระบุว่าเป็นการลอบสังหารทางการเมือง
นายโค นี วัย 65 ปี ถูกมือปืนยิงเข้าที่ศีรษะในระยะเผาขนเสียชีวิตที่สนามบินย่างกุ้ง ขณะรอขึ้นแท็กซี่ด้านนอกอาคารผู้โดยสารขาเข้าเมื่อเวลาราว 17.00 น.วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น คนขับแท็กซี่พยายามเข้าขวางมือปืนที่จะหลบหนีจากจุดเกิดเหตุ จึงถูกมือปืนยิงเสียชีวิตด้วย ผู้ตายเพิ่งกลับจากการเข้าร่วมประชุมที่อินโดนีเซียเรื่องความรุนแรงทางศาสนาในรัฐยะไข่ของเมียนมาร์ ในฐานะตัวแทนจากรัฐบาลเมียนมาร์ มือปืนถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ได้โดยระบุชื่อ คือ นาย จี ลิน วัย 52 ปีมาจากเมืองมัณฑะเลย์ แต่ล่าสุด ผู้บัญชาการตำรวจมัณฑะเลย์ ฮัน ตุน กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยมาจากรัฐฉาน เคยถูกจำคุกช่วงปี 2546-2553 ฐานลักลอบขนพระพุทธรูปโบราณ
เหยื่อมือปืนเป็นนักกฎหมายมุสลิม ที่มีจุดยืนสนับสนุนการอดกลั้นทางศาสนาและแนวคิดพหุนิยม เขามีส่วนสำคัญในการให้คำแนะนำทางกฎหมายเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 ที่มีข้อจำกัดทำให้นางซูจีไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ และเคยออกมาคัดค้านกฎหมายปกป้องศาสนาและเชื้อชาติอื้อฉาว ที่ขบวนการพุทธชาตินิยมมาบะทาผลักดันและได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลชุดก่อนภายใต้ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง
พรรคเอ็นแอลดี ระบุในแถลงการณ์ว่า นายโค นี เป็นผู้ช่วยคนสำคัญของนางซูจี ที่ไม่อาจมีใครทดแทนได้ พรรคขอประณามการลอบสังหารครั้งนี้ว่าเป็นการก่อการร้ายต่อนโยบายพรรคเอ็นแอลดี
ด้าน ยิน เน เค็ง บุตรสาวของผู้ตายซึ่งพาลูกชายไปรับคุณตาที่สนามบิน กล่าวว่า บิดามีศัตรูหลายคนเพราะเป็นปากเสียงของชาวมุสลิม และอาจเป็นเหตุผลของการฆาตกรรม
บรรดาแกนนำอาวุโสของพรรค รวมถึง นายทิน โอ ไปชุมนุมที่บ้านของนายโคนีในย่างกุ้งช่วงเช้า เพื่อแสดงความเสียใจกับญาติของเขา ก่อนร่วมพิธีศพในวันเดียวกัน ในโอกาสนี้ นายทิน โอ ผู้อาวุโสของพรรคกล่าวว่า การสูญเสียบุคคลเช่นนี้ เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศ ของฝ่ายประชาธิปไตยและของพรรคเอ็นแอลดี
( ภรรยาผู้ตายร่ำไห้ ภาพ AFP )
องค์การแอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล ระบุว่า โคนี เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย การตายของเขาคือการสูญเสียปากเสียงสำคัญยิ่งในการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในเมียนมาร์
ขณะที่กลุ่มวิกฤติการณ์ระหว่างประเทศ ชี้ว่าเหตุฆาตกรรมนักกฎหมายมุสลิมคนสำคัญ ตอกย้ำความเร่งด่วนของรัฐบาลเมียนมาร์และสังคมที่จะต้องผนึกกำลังประณามการพูดเพื่อสร้างความเกลียดชังทุกรูปแบบ ส่วนยัง ฮี ลี ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมาร์ ที่เพิ่งพบกับนายโคนีขณะเยือนเมียนมาร์ในเดือนนี้ แสดงความเสียใจและเรียกร้องนำตัวฆาตกรมารับโทษ



