
รายงานการเมือง-ขาขวิด "ยื้ออายุรัฐบาล"
ช่วงนี้ต้องบอกว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล อยู่ในภาวะงานเข้าจริงๆ
เพราะเล่นวิ่งขาแทบขวิดออกมาจัดการทุกเรื่อง ภายหลังเสถียรภาพของรัฐบาลเริ่มสั่นคลอน กับปมปัญหาร้อนๆ ที่อาจจะทำให้รัฐนาวาโดยการนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สะดุดขาตัวเองล้มได้ตลอดเวลา
งานนี้ "สุเทพ" จึงออกโรงอีกครั้ง ท่ามกลางข้อเรียกร้องของพรรคร่วมรัฐบาลและกลุ่มการเมืองที่หนุนหลังประชาธิปัตย์เพิ่มดีกรีแรง ต่อรองมากขึ้นเพื่อเป็นการสมนาคุณ
ปรากฏการณ์ที่ทำให้รัฐบาลสั่นทะเทือนอย่างเห็นได้ชัด เมื่อ "สุเทพ" ต้องเลือกข้าง ในการตัดสินใจตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ แทน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายน
หลังจากที่ภูมิใจไทยออกมาแบล็กเมล์ว่า "สุเทพ" เป็นคนเดินเกมล็อบบี้ ให้คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ให้เลือก พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. ขึ้นเป็น ผบ.ตร. เอง
จึงเป็นต้นเหตุของปัญหาวุ่นๆ ทางการเมืองเมื่อถูก "อภิสิทธิ์" ไม่ยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขของ "สุเทพ" โดยตัดสินใจเสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจ ขึ้นเป็น ผบ.ตร. คนใหม่
แต่ถูกฉีกหน้าเสียก่อน ด้วยมติ 5 ต่อ 4 !!!
ดังนั้นเมื่อ "อภิสิทธิ์" ยื่นคำขาดว่าจะต้องเสนอชื่อ "พล.ต.อ.ปทีป" ขึ้นเป็น ผบ.ตร. อีกครั้ง แรงกระเพื่อมจึงเกิดขึ้นตามมาอย่างรุนแรง
เพราะภูมิใจไทย ที่ประกาศหนุนหลัง "พล.ต.อ.จุมพล" เล่นเกมแรงด้วยการปล่อยข่าวว่ามีใบสั่งจากผู้ใหญ่ พร้อมทั้งปูดข่าว นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เตรียมไขก๊อกพ้น เก้าอี้เลขาธิการนายกฯ
"สุเทพ" กับ "นิพนธ์" จึงต้องออกโรงอีกครั้งในการวิ่งเคลียร์กับกลุ่มการเมืองโดยเฉพาะสีเขียว สีกากี และสีน้ำเงิน ที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลเหนือรัฐบาลในยามนี้
ขณะเดียวกันยังเกิดจากแรงยุ ภายในพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ "หนุ่มมาร์ค" กล้าเสี่ยงเสนอชื่อ "พล.ต.อ.ปทีป" อีกครั้ง เพื่อแสดงศักยภาพในการใช้อำนาจบริหารประเทศ โดยเอาเกมยุบสภามาเป็นเงื่อนไข
เพราะหาก "หนุ่มมาร์ค" ไม่ยืนยันจุดยืนเดิม ภาวะความเป็นผู้นำก็จะไม่หลงเหลืออำนาจอีกต่อไป
ฉะนั้น ด้วยแรงท้าทายของ "อภิสิทธิ์" จึงทำให้พรรคร่วมรัฐบาลสั่นสะท้านไปตามๆ กัน เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าที่ร่วมหอลงโรงกันจนถึงทุกวันนี้อยู่ได้ด้วยผลประโยชน์ทั้งนั้น
ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลเพียงพอให้ "สุเทพ" และ "นิพนธ์" สองกุนซือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ "หนุ่มมาร์ค" ต้องวิ่งแจ้นไปเคลียร์กับพรรคร่วมอีกครั้ง
เพราะทั้งคู่ต่างไม่เห็นด้วยกับทางออกของ "หนุ่มมาร์ค" กับเงื่อนไข ยุบสภา หรือ สละตัวเอง ให้คนอื่นในพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเสียบแทน
นั่นเพราะว่า "สุเทพ" เคยสัมผัสความเหน็ดเหนื่อยมาแล้วในการวิ่งจับขั้วพลิกเกมจัดตั้งรัฐบาลโดยการนำของพรรคประชาธิปัตย์ได้จนสำเร็จ ก่อนที่จะขึ้นมาเสวยสุข
การยุบสภา หรือ ลาออก จึงไม่ใช่เงื่อนไขที่คุ้มค่า เพราะรัฐบาลนี้ยังต้องพึ่งภาพคุณชายสะอาด ของ "อภิสิทธิ์" เป็นเกราะคุ้มกัน
ดังนั้น "สุเทพ" และ "นิพนธ์" จึงต้องทำทุกวิถีทาง ในการประคับประคองรัฐนาวาให้อยู่รอดปลอดภัยได้ โดยเริ่มทำความเข้าใจตั้งแต่ระดับคนในพรรค
ไม่ว่าจะเป็นการถือโอกาสในการช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการปรับความเข้าใจกับแกนนำพรรคและสมาชิก ผ่านการประชุมนอกรอบ
ก่อนที่จะมีเสียงยืนยัน จาก "สุเทพ" ว่าพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนี้ต่างก็จำใจอยู่ เพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น ดังนั้นจึงต้องประสานประโยชน์ความขัดแย้งให้น้อยที่สุด
นั่นเพราะไม่มั่นใจว่าประชาธิปัตย์จะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกหรือไม่ ท่ามกลางการจับขั้วของกลุ่มอำนาจใหม่ ที่เข้มข้น และรุนแรงขึ้นทุกวัน
ทั้งหมด "สุเทพ" ย่อมเข้าใจอารมณ์ของพรรคร่วมรัฐบาลได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางสภาวะของพรรคร่วมรัฐบาลที่จำใจอยู่เพื่อผลประโยชน์ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเสนอเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์มากกว่ากัน
ยิ่งในยามที่พรรคภูมิใจไทย ตัวแปรสำคัญต่อความเป็นความตายของรัฐบาลเดินเกมหาพันธมิตร ด้วยเสนอ ร่าง พ.ร.บ.นิโทษกรรม เหลือง-แดง จึงทำให้ "สุเทพ" กับ "นิพนธ์" ต้องทำงานหนักมากขึ้น
ช่วงนี้จึงได้เห็นภาพของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เดินสาย ดินเนอร์ เคลียร์ใจกัน นั่นเพราะอะไร ย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ยิ่งอยู่ในช่วงสัญญาใจหลัง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ผ่าน ปรากฏการณ์ทวงสัญญาจากพรรคร่วมก็จะยิ่งมีมากขึ้น
งานนี้ "สุเทพ" กับ "นิพนธ์" จึงยอมเหนื่อยอีกครั้ง เพื่อหาทางยืดอายุรัฐบาลออกไปให้นานที่สุด !!!
โต๊ะข่าวการเมือง



