
ใต้คลี่คลายเร่งผลักดันน้ำลงทะเล
อุทกภัยใต้คลี่คลาย เร่งผลักดันน้ำลงทะเล - ซ่อมสร้างการคมนาคม เล็งขยายทางลอดให้กว้างขึ้น เชื่อไม่เกิน 2 ปี แก้ท่วมได้ ยก “เยอรมนี” ต้นแบบจัดการสาธารณภัย
30 ม.ค. -- นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กล่าวก่อนเป็นประธานประชุมการประเมินความเสี่ยงจากสาธารณภัยแบบบูรณาการสำหรับประเทศไทยว่า วันนี้ได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณภัยมาศึกษาการลดความเสี่ยง ซึ่งการพัฒนาต่อจากนี้จะต้องสอดคล้องกับการลดความเสี่ยง เช่น การขุดลอกคูคลอง โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้กำชับถึงเรื่องระบบผังเมือง การพัฒนาผังเมือง และการก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ต้องไม่ขวางทางน้ำ การทำทางน้ำลอด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงพื้นที่ไปวิเคราะห์ด้วย
ส่วนน้ำท่วมขณะนี้สถานการณ์ได้คลี่คลายแล้วหลายจังหวัด แต่ยังคงมี 4 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และพัทลุง ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ซึ่งทุกหน่วยงานกำลังเร่งผลักดันน้ำลงสู่ทะเล ส่วนการฟื้นฟูพื้นที่ ได้สำรวจความเสียหายเพื่อเร่งซ่อมแซม โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมจะเป็นการซ่อมสร้าง เน้นการระบายน้ำลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว และขยายทางลอดน้ำให้กว้างขึ้น เชื่อว่า 1-2 ปี จะสามารถลดปัญหาน้ำท่วมได้ สำหรับการซ่อมแซมถนนที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทางกระทรวงคมนาคม จะเข้าไปดำเนินการในวันที่ 31 ม.ค. - 1 ก.พ.นี้ พร้อมแก้ไขโครงสร้างคอสะพาน ให้มีความแข็งแรงป้องกันแรงปะทะจากน้ำที่จะส่งผลให้คอสะพานขาดได้
จากนั้นได้มีพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ การประเมินความเสี่ยงจากสาธารณภัยแบบบูรณาการสำหรับประเทศไทย ระหว่างวันที่ 30 ม.ค. - 2 ก.พ. โดยมีอุปทูตสหพันธ์เยอรมนีประจำประเทศไทยร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมฯ และเจ้าหน้าที่ปภ.กว่า 130 คนเข้าร่วมประชุม โดยนายกอบชัย กล่าวเปิดงานว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการดำเนินการภายใต้บันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยูเพื่อการพัฒนาศักยภาพในการประเมินความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่ยั่งยืนของไทยระหว่างปภ.กับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี(จีไอแซด) ซึ่งเยอรมนีเป็นประเทศที่มีการจัดการความเสี่ยงสาธารณภัยที่มีระบบและมีประสิทธิภาพประเทศไทยก็ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้เช่นกัน จากที่ปรากฎอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ได้กำหนดให้การดำเนินความเสี่ยงป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ และปรากฎในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 เราได้นำหลักการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยมาเป็นกลไกหลักในการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกรอบเซนไดและแผนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
“เป็นโอกาสดีที่จัดการประชุมดังกล่าว เพื่อนำไปพัฒนากับทุกภาคส่วนให้เข้าใจบทบาทและมีความร่วมมือซึ่งกันและกัน พร้อมยกระดับมาตรฐานการประเมินความเสี่ยงจากสาธารณภัยนำไปสู่การกำหนดนโยบายในการดำเนินความเสี่ยงสาธารณภัยของประเทศให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างกรณีภาคใต้ไม่ให้เกิดความเสี่ยงเดิมและไม่ให้เกิดความเสี่ยงใหม่ขึ้นอีก จะทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงลดลง และจะพัฒนาไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายกอบชัย กล่าว



