ข่าว

เคลื่อนหม่อนไหม ยกระดับมาตรฐานสู่ความยั่งยืน

เคลื่อนหม่อนไหม ยกระดับมาตรฐานสู่ความยั่งยืน

31 ม.ค. 2560

โดย - สุรัตน์ อัตตะ

         การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมนับเป็นอาชีพที่สร้างงานสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยมาอย่างยาวนาน ก่อนต่อยอดมาสู่ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานผลิตภัณฑ์เลื่องชื่อของประเทศไทยในเวทีโลก และรัฐบาลให้ความสำคัญประกาศเป็นนโยบายการส่งเสริมสินค้าหม่อนไหมครบวงจรเพื่อยกระดับมาตรฐานหม่อนไหมไปสู่ความยั่งยืน

         สุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าวกับ “คม ชัด ลึก” ถึงแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับหม่อนไหมของประเทศตามนโยบายรัฐบาลในปี 2560 โดยมุ่งสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งในปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน โดยใช้การขับเคลื่อนนวัตกรรมและงานวิจัยมาตรฐานอาหารปลอดภัย การเพิ่มศักยภาพให้แก่เกษตรกร การสร้างทีมเกษตรกรผู้นำการเปลี่ยนแปลง การเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรแปลงใหญ่และศูนย์การเรียนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรเป็นกลไกหลักในการดำเนินงาน

 

เคลื่อนหม่อนไหม ยกระดับมาตรฐานสู่ความยั่งยืน

     สุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา

 

          “สำหรับปี 2560 กรมหม่อนไหมกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนงานตามนโยบายสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปีด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพคนสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ด้านการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมและด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ที่กำหมดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานหม่อนไหม”

            อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าวต่อว่า การส่งเสริมการผลิตสินค้าหม่อนไหมและผลิตภัณฑ์เข้าสู่มาตรฐานนั้น โดยมีเป้าหมายผลิตหม่อนอินทรีย์ 60 ไร่ ส่งเสริมผู้ผลิตสู่มาตรฐานพีจีเอส จำนวน 400 ราย ตรวจรับรองแปลงจีเอพี จำนวน 275 แปลง ตรวจรับรองผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน 70,000 เมตร ตรวจรับรองร้านค้าผ้าไหมจำนวน 28 ร้าน การจัดทำมาตรฐานแผ่นใยไหม มาตรฐานการผลิตแผ่นใยไหมและมาตรฐานการผลิตแผ่นใยไหมอินทรีย์

            นอกจากนี้ยังมีงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลก็ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม หรือโซนนิ่ง บายอะกริแม็พ มีเป้าหมายพื้นที่ 1,500 ไร่ใน 11 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ บุรีรัมย์ อุทัยธานี สุรินทร์ กาฬสินธุ์ อุตรดิตถ์ พิจิตร กาญจนบุรี ราชบุรี พัทลุงและเชียงราย โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ของกรมหม่อนไหมในพื้นที่ จ.น่าน และชัยภูมิ

 

เคลื่อนหม่อนไหม ยกระดับมาตรฐานสู่ความยั่งยืน

 

            เป็นโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตหม่อนไหมด้วยระบบแปลงใหญ่ในพื้นที่ 9 แปลง 8 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี น่าน อุดรธานี มุกดาหาร นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และเชียงราย โครงการเกษตรอินทรีย์ โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยการสนับสนุนท่อนพันธุ์หม่อนไหมให้แก่เกษตรกรจำนวน 1,426 รายและการจัดตั้งธนาคารปัจจัยการผลิตด้านหม่อนไหม (เส้นไหม) จำนวน 5 แห่งในพื้นที่ จ.สกลนคร มหาสารคาม ชัยภูมิ นครราชสีมา และอุบลราชธานี

            สุดารัตน์ เผยอีกว่า ขณะเดียวกันยังมีงานโครงการสำคัญที่กรมหม่อนไหมจะดำเนินการในปี 2560 ได้แก่ โครงการสร้างทายาทเกษตรกรหม่อนไหม โดยมีเป้าหมาย 540 ราย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ประกอบด้วย ระดับนักเรียนจำนวน 300 ราย โดยเข้าไปบูรณาการกับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จัดให้มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับอาชีพหม่อนไหมเพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับงานหม่อนไหมตั้งแต่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมไปจนถึงขั้นการแปรรูปผลิตภัณฑ์

            โดยเด็กสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากโครงการไปต่อยอดพัฒนาเป็นอาชีพสร้างรายได้แก่ตนเองและครอบครัว ระดับเยาวชนจำนวน 240 ราย ซึ่งได้ลงนามความร่วมมือกับ 6 สถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านออกแบบ จัดทำโครงการพัฒนาลวดลายผ้าร่วมกับนักศึกษาและเกษตรกรเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยจะจัดให้มีการประกวดทายาทหม่อนไหมและประกวดลวดลายผ้ารัชกาลที่ 9

            “ปี 2560 จะมีการสร้างและพัฒนาหม่อนไหมดิจิทัลเพื่อให้สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล โดยพัฒนาระบบให้บริการด้านหม่อนไหม 3 ระบบ ได้แก่ ระบบการขอรับพันธุ์หม่อนไข่ไหม ระบบรับรองมาตรฐานผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานและระบบคอลเซ็นเตอร์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรและประชาชน”

 

เคลื่อนหม่อนไหม ยกระดับมาตรฐานสู่ความยั่งยืน

 

            ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของกรมหม่อนไหมประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย การอนุรักษ์และคุ้มครองหม่อนไหม การส่งเสริมพัฒนาการผลิตและสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร การวิจัยและพัฒนาหม่อนไหม การส่งเสริมและพัฒนาการตลาดหม่อนไหม การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและการพัมนาองค์กรและทรัพยากรบุคคล ซึ่งกรมได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ไปพร้อมๆกัน โดยปี 2560 จะเน้นด้านอนุรักษ์และคุ้มครองหม่อนไหมและการส่งเสริมพัฒนาการผลิตและสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรเป็นสำคัญ

            สำหรับยุทธสาสตร์ด้านการอนุรักษ์และคุ้มครองหม่อนไหมนั้น สุดารัตน์เผยว่าจะให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาในแต่ละท้องถิ่นของรุ่นบรรพบุรุษ ทั้งเป็นภูมิปัญญาด้านการปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม การฟอกย้อมและการทอผ้าไหม รวมไปถึงการสำรวจและรวบรวมลวดลายผ้าโบราณหรือผ้าประจำถิ่นเอาไว้ไม่ให้สูญหายและมีการรณรงค์ส่งเสริมการใช้ผ้าไหมในทุกเทศกาล จัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้าหม่อนไหมให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

            ส่วนยุทธศาสตร์การส่งเสริมพัฒนาการผลิตและสรา้งความเข้มแข้งให้แก่เกษตรกรจะให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้มีทักษะความรู้ในอาชีพเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าหม่อนไหมที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน อาทิ มาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน มาตรฐานเส้นไหม มกษ. เป็นต้น

             ทั้งนี้การดำเนินงานในภาพรวมของกรมหม่อนไหมในปี 2560 จะมุ่งสร้างองค์ความรู้ให้เกษตรกรและบุคลากรด้านหม่อนไหม โดยใช้งานวิจัยและพัฒนาเข้ามาช่วยในการดำเนินงานในรูปแบบบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศอันจะช่วยยกระดับมาตรฐานหม่อนไหมและคุณภาพชีวิตเกษตรกรหม่อนไหมให้มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนสืบไป