ข่าว

“ธนาคารปู”บทสรุปงานวิจัยเพิ่มปริมาณ“ปูม้า”สู่อ่าวระยอง

“ธนาคารปู”บทสรุปงานวิจัยเพิ่มปริมาณ“ปูม้า”สู่อ่าวระยอง

31 ม.ค. 2560

โดย - สุรัตน์ อัตตะ

              การรั่วไหลของน้ำมันครั้งใหญ่จากเรือบรรทุกน้ำมันล่มใกล้เกาะเสม็ดเมื่อปี 2556 ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อสภาวะแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลในบริเวณกว้าง ทำให้สัตว์น้ำได้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปูม้าถือเป็นสัตว์น้ำที่ทำรายได้หลักให้ผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านใน จ.ระยอง มีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนด้วย

              เหตุดังกล่าวทำให้ ผศ.ดร.เขมภัทท์ เย็นเปี่ยม และคณะ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มีความสนใจว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน จ.ระยอง มากน้อยแค่ไหน จึงได้ขอทุนสนับสนุนการวิจัยจากสกอ.จำนวน 4 แสนบาท เพื่อดำเนินการวิจัยในเรื่องดังกล่าว โดยใช้ระยะเวลา 1 ปี ซึ่งผลปรากฏว่าจำนวนสัตว์น้ำได้ลดลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปู้ม้า ซึ่งเป็นสัวต์น้ำที่ทำรายได้หลักให้แก่พวกเขา

 

“ธนาคารปู”บทสรุปงานวิจัยเพิ่มปริมาณ“ปูม้า”สู่อ่าวระยอง

 

             “เราได้เก็บข้อมูลปริมาณปูม้าที่จับได้ของกลุ่มชาวประมงพื้นที่มีทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ กลุ่มประมงศาลาเขียว กลุ่มประมงเก้ายอด กลุ่มประมงคอกแหลมเทียน และกลุ่มประมงสวนสน โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง เปรียบเทียบก่อนและหลังเรือบรรทุกน้ำมันล่ม ช่วงแรก (เม.ย.-พ.ค.) ปี 2556 ซึ่งมีปริมาณปูม้าน้อยที่สุด จับได้ 7-8 กิโลต่อวัน พอปี 2557 จับได้เพียง 3-4 กิโลกรัมต่อวันเท่านั้น ช่วงที่สองปี 2556 (ก.ค.-ส.ค.) เป็นช่วงทีี่มีปูม้าเยอะที่สุด จับได้ 20-30 กิโลกรัมต่อวัน พอปี 2557 จับได้เพียง 7-8 กิโลกรัมต่อวันเท่านั้น”

              ผศ.ดร.เขมภัทท์ ย้อนที่มาของงานวิจัยชิ้นแรก ก่อนจะต่อยอดมาเป็นโครงการแนวทางการจัดการทรัพยากรปูม้าอย่างยั่งยืนบนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยชุมชนประมงเรือเล็ก บริเวณอ่าวเพ จ.ระยอง ซึ่งโครงการวิจัยชิ้นนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จำนวน 6 แสนบาท โดยเริ่มดำเนินการในปี 2558 จนกระทั่งสิ้นสุดโครงการเมื่อเดือนตุลาคม 2559

“ธนาคารปู”บทสรุปงานวิจัยเพิ่มปริมาณ“ปูม้า”สู่อ่าวระยอง

ผศ.ดร.เขมภัทท์ เย็นเปี่ยม

 

              สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานแต่ละกลุ่มจะมีการจัดตั้งธนาคารปู โดยให้สมาชิกนำปูไข่มาฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อให้ปูสลัดไข่จากดอง จากนั้นวันรุ่งขึ้นก็มาเอาแม่ปูตัวดังกล่าวกลับไป ส่วนไข่ก็จะเติบโตกลายเป็นลูกปูเพื่อนำไปปล่อยในทะเลต่อไป ซึ่งจากผลการดำเนินงานตลอด 1 ปีที่ผ่านมาปรากฏว่ามีลูกปูเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยการสังเกตจากกลุ่มประมงเรือเล็กแต่ละกลุ่ม 

             “ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดตั้งธนาคารปูในบริเวณอ่าวเพ จากผลการวิจัยครั้งนี้ทำให้เกิดการอนุรักษ์ปูม้า 3 รูปแบบคือการสลัดไข่บนฝั่ง การสลัดไข่ตามธรรมชาติในกระชังชายฝั่งและการสลัดไข่ตามธรรมชาติในกระชังลอยในทะเล ซึ่งเป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาบริหารจัดการปูม้าเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต” หัวหน้าโครงการวิจัยกล่าวพร้อมย้ำว่าในปี 2560 จะดำเนินการต่อยอดผลงานวิจัยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ใกล้เคียงชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกต่อไป          

 

“ธนาคารปู”บทสรุปงานวิจัยเพิ่มปริมาณ“ปูม้า”สู่อ่าวระยอง

 

             ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการวิจัยการจัดการทรัพยากรปูม้าอย่างยั่งยืนบนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอ่าวไทยฝั่งตะวันออก บริเวณอ่าวเพ อ.เมือง จ.ระยอง ระบุว่า วช.มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเพื่อนำผลงานวิจัยมาแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยในปี 2559 ได้สนับสนุนทุนการวิจัยภายใต้โครงการจัดการองค์ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัยและนวัตกรรมประจำปีงบประมาณ 2559 ให้แก่ ผศ.ดร.เขมภัทท์ เย็นเปี่ยม และคณะ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเพื่อถ่ายทอดผลงานวิจัยแนวทางการจัดการทรัพยากรปูม้าบนฐานภูมิปํญญาท้องถิ่นไปสู่หน่วยงานในพื้นที่และชุมชนเรือประมงเล็กบริเวณอ่าวเพ จ.ระยอง เพื่อให้การจัดการทรัพยากรปูม้าอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในพื้นที่ จ.ระยอง และใกล้เคียงต่อไป

         นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวในการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้าของกลุ่มประมงเรือเล็ก จ.ระยอง ด้วยการจัดตั้งธนาคารปูม้าเพื่อเพิ่มปริมาณปูม้าในอ่าวเพอันจะนำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต