
ศาลสหรัฐสั่งระงับเนรเทศมุสลิมที่มาถึงสนามบินแล้ว
ประท้วงต้านคำสั่ง"ทรัมป์"แบนมุสลิม-ผู้อพยพลามสนามบินทั่วสหรัฐ กลุ่มสิทธิเปิดศึกกฎหมายชนะยกแรก ศาลสั่งคุ้มครองคนมีวีซ่าที่มาถึงสนามบินแล้ว ห้ามเนรเทศ
29 ม.ค. ความคืบหน้าหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีเมื่อวันศุกร์ที่ 27 มกราคมตามเวลาท้องถิ่น ระงับการรับผู้ลี้ภัยเข้าประเทศเป็นเวลา 4 เดือน และห้ามออกวีซ่าแก่พลเมืองจาก 7 ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม เป็นเวลา 90 วัน ประกอบด้วย อิรัก ซีเรีย อิหร่าน ซูดาน ลิเบีย โซมาเลีย และเยเมน โดยให้มีผลในทางปฏิบัติทันที ปรากฎว่าในวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น สนามบินหลักหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นที่วอชิงตัน นิวยอร์ก ชิคาโก มินเนอาโพลิส เดนเวอร์ ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก และดัลลัส คราคร่ำไปด้วยฝูงชนจำนวนมากที่ออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านนโยบายกีดกันผู้อพยพมุสลิมของทรัมป์
ที่สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟเคนเนดี ในนิวยอร์ก มีผู้ประท้วงราว 2,000 คน พากันร้องตะโกน"ปล่อยพวกเขาเข้ามา ปล่อยเข้ามา"ดังกระหึ่ม
อีกด้านหนึ่ง ผู้พิพากษาศาล แอนน์ ดอนเนลลี จากศาลกลางในเมืองบรู้กลิน มีคำสั่งฉุกเฉินคุ้มครองผู้ที่ถือวีซ่ามาอย่างถูกต้องจาก 7 ประเทศต้องห้ามและผู้ขอลี้ภัยที่เดินทางมาถึงสนามบินแล้ว หลังจากสหภาพเสรีภาพพลเรือนอเมริกัน (เอซีแอลยู) ยื่นคำร้อง ขอให้ปล่อยตัวชายชาวอิรัก 2 คนที่ถูกกักตัวในสนามบินจอห์น เอฟ เคนเนดี ในนิวยอร์กเมื่อเช้าวันเสาร์ โดยเอซีแอลยู โต้แย้งว่าเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว หนึ่งในนั้นคือนายฮาหมิด คาหลิด ดาร์วีช ซึ่งเคยเป็นล่ามและช่วยงานสหรัฐในอิรัก มีรายงานว่านายฮาหมิดได้รับการปล่อยตัว แต่อีกคนยังถูกกักตัวอยู่
คำสั่งศาลนี้ จะมีผลถึงผู้ที่ถูกกักตัวอยู่ในสนามบินสหรัฐทั่วประเทศ ซึ่งไม่ทราบจำนวนแน่ชัด แต่ศาลสั่งให้รัฐบาลจัดส่งรายชื่อของคนที่ได้รับผลกระทบหลังคำสั่งของทรัมป์มีผล
ซาคารี แมนเฟรดี จากกลุ่มสิทธิผู้อพยพและแรงงานที่ช่วยร่างคำร้องฟ้องศาลอธิบายว่า คำพิพากษานี้ไม่ได้หมายความว่า คนที่ถูกกักตัวอยู่ตามสนามบินต่างๆทั่วสหรัฐ จะได้รับการปล่อยตัวทันที แต่เป็นการสั่งห้ามเนรเทศผู้ที่ถือกรีนคาร์ดและวีซ่าถูกกฎหมาย กระนั้น หวังว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะไม่มีเหตุผลอันใดที่จะกักตัวพวกเขาไว้อีกและปล่อยตัวในที่สุด กระนั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจส่งตัวพวกเขาไปยังสถานที่กักกันอื่น
นอกจากนี้ ศาลกลางที่เวอร์จิเนียออกคำสั่งมีผลชั่วคราว ห้ามทางการเนรเทศผู้พำนักถาวรที่ถูกกักตัวในสนามบินดัลเลส นอกวอชิงตัน เป็นเวลา 7 วัน
นายไมเคิล คาแกน นักวิชาการกฎหมายมหาวิทยาลัยเนวาดา ลาสเวกัส ที่เชี่ยวชาญประเด็นผู้อพยพ กล่าวว่า การลงนามคำสั่งเพื่อทำตามสัญญาในเรื่องอื้อฉาวที่สุดของทรัมป์ จะเป็นการเปิดศึกกฎหมายระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มสิทธิมนุษยชนอีกยาวนาน แต่ยากฟันธงผลแพ้ชนะ เพราะ"เราอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนในอเมริกายุคใหม่ แต่เป็นไปได้ว่าศึกนี้อาจต้องไปหาข้อยุติในศาลสูง ซึ่งไม่เคยพิพาษาในประเด็นผู้อพยพนับตั้งแต่กฎหมายห้ามรับผู้อพยพชาวจีนปี ค.ศ.1882



