
4 ข้อสังเกต ต้องห้ามออกกำลังกาย
แพทย์แนะข้อสังเกต 4 ข้อไม่ควรออกกำลังกาย" มีไข้ ท้องเสีย อดนอน ติดเชื้อรุนแรง"
รศ.นพ.ปัญญา ไข่มุก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในรายการกรองข่าววันเสาร์ เอฟเอ็ม 102 ถึงการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย ว่า การออกกำลังกายที่ดีต้องเหมาะสมกับเพศ วัย และช่วงอายุ ในทางการแพทย์มีข้อสังเกตที่ไม่ควรออกกำลังกาย ดังนี้. 1 มีไข้ อุณหภูมิในร่างกายจะสูงกว่า 38 องศา หากไปออกกำลังกายจะยิ่งมีการเผาผลาญอาหาร ไขมัน น้ำ เท่ากับร่างกายจะมีความร้อน 2 เด้ง สมอง. กล้ามเนื้อ หัวใจมีปัญหา. อาจล้มได้รับบาดเจ็บ. แต่ถ้าเพียงมีน้ำมูกใสเป็นหวัดธรรมดาไม่มีปัญหา. 2. ท้องเสีย ผู้ที่ถ่ายท้องเกิน 2 ครั้ง ไม่ควรออกกำลังกายเพราะร่างกายสูญเสียเกลือแร่และน้ำ. การออกกำลังกายจะทำให้เลือดข้นเกินไป ซึ่งอาจทำให้บาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้ 3 อดนอน ร่างกายอ่อนเพลีย พลังงานจะถูกนำไปใช้งานผิดประเภท อาจทำให้วูบหมดสติ. หากจำเป็นต้องออกกำลังกายควรลดลง 30% แม้แต่นักกีฬาที่เชื่อมั่นว่ามีความฟิตก็เกิดปัญหาเมื่อออกกำลังกายหลังอดนอน 4 มีการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง เช่น เจ็บคอ ต่อมทอลซินอักเสบ เป็นฝีหรือหนองเม็ดโต การออกกำลังกายอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ
รศ.นพ.ปัญญา กล่าวด้วยว่า. ผู้ที่ออกกำลังกายควรวอร์มอัพร่างกายให้เพียงพอก่อนออกกำลังกาย ในแต่ละวันสภาวะร่างกายมีความเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นควรทดสอบตัวเอง "ทอล์คเทส". หรือพูดกับตัวเองประโยคยาวๆหลังออกกำลังกาย 5-10 นาที ถ้าเราออกกำลังกายพอดีจะพูดประโยคยาวๆออกมาเป็นคำพูดชัดเจน ถ้าพูดประโยคยาวๆไม่ได้ หายใจไม่ทัน แสดงว่าออกกำลังกายหนักเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไว้ ปอดหัวใจทำงานหนักต้องลดการออกกำลังกายลง สำหรับผู้มีโรคประจำตัวไม่เหมาะกับการออกกำลังกายหนักๆ เช่น ยกน้ำหนัก. ควรเลือกออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ส่วนช่วงเวลาในการออกกำลังกาย เช่น เช้า บ่าย เย็น. ไม่มีผลแตกต่างกัน ยกเว้นผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายตอนเย็นจะส่งผลให้นอนหลับได้ง่าย. ส่วนการวิ่งสายพานกับการวิ่งกลางแจ้งไม่ได้ส่งผลแตกต่างใดๆต่อร่างกาย. สามารถเผาผลาญพลังงานได้เท่าๆกัน



