
ว่าด้วยการแอบอ้าง
ความชุลมุนเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับนายพลจนมาถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2552 นี้ ก่อให้เกิดความเอือมระอาทั้งจากประชา
เพราะดูเหมือนจะเป็นเกมแย่งชิงอำนาจของฝ่ายการเมือง 2 ขั้วในพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกัน แม้สุดท้ายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องถูกฉีกหน้าโดยรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง ข้าราชการประจำกลับไปก็ตาม
เกิดคำถามว่าใครกันแน่ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ?
เมื่อแต่งตั้งขึ้นมาแล้วจะก่อคุณูปการให้แก่ประเทศชาติและประชาชน รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติมากน้อยเพียงใด
ข่าวแฝงอยู่ในข่าวหลักเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีการกล่าวขวัญถึงการแอบอ้างบุคคลระดับสูง เพื่อให้การสนับสนุนบุคคลที่ทางฝ่ายการเมืองกลุ่มใหญ่ที่มิใช่คนที่นายอภิสิทธิ์เสนอได้ดำรงตำแหน่งนี้ ทำให้มีการตรวจเช็กข่าวกันวุ่นวาย ในที่สุดก็ไม่อาจยืนยันได้ชัดเจน
แต่เมื่อคำนึงถึงเหตุและผลในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศไทยแล้ว ข่าวดังว่าย่อมไม่อาจเชื่อถือได้ การบริหาราชการแผ่นดิน นักการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝากรัฐบาลไม่สมควรอย่างยิ่ง ในการก่อให้เกิดข่าวลือเช่นนี้
อย่างไรก็ตามมีข่าวลือในท่ามกลางพ่อค้าแม่ค้า นักธุรกิจ ที่ทำมาหากินในลักษณะคาบเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายที่มีโทษทางอาญาว่า มีนายตำรวจชั้นนายพลหลายคนที่ปล่อยให้ลูกน้องไปอวดอ้างผู้มากบารมีว่า มีความสนิทสนมกับระดับสูง บ้างก็อ้างว่าอยู่ใกล้ชิดเป็นบริวารรับใช้ แล้วกระทำการอันมิชอบหลายประการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงและเป็นการกระทำที่มีผลกระทบสร้างความเสียหายแก่ผู้เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก
การกระทำดังว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายบ้านเมืองและผู้มีหน้าที่รักษาชื่อเสียงบุคคลระดับสูง จะต้องจัดการต่อพวกที่ชอบแอบอ้าง เพื่อหาประโยชน์ให้แก่ตนเองและผู้อื่นอย่างจริงจัง
การแอบอ้างถึงระดับสูงโดยมิชอบถือเป็นการทำลายบ้านเมือง
คมพิทักษ์ราษฎร์



