ข่าว

มอบ "ดวงตา" แทนรักให้คนตาบอด

มอบ "ดวงตา" แทนรักให้คนตาบอด

17 ก.พ. 2552

ประโยชน์ที่ว่า "ความรักทำให้คนตาบอด" สงสัยคงต้องเปลี่ยนความคิดกันเสียใหม่ เมื่อ ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ศูนย์ดวงตา และ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย นำพลังความรักจากเพื่อนมนุยษย์มอบให้ผู้พิการทางสายตา ในโครงการ เล็ท เด็ม ซี เลิฟ 2009 ที่

 ผู้มอบความรักคนแรกอย่าง รุ่งฟ้า เกียรติพจน์ ผู้อำนวยการด้านบริหารแบรนด์และการสื่อสารการตลาด ทรู คอร์ปอเรชั่นฯ กล่าว่า ในเดือนแห่งความรักเราก็จะมอบความรักให้แก่เพื่อนด้วยกันเอง โดยการให้ความรักด้วยอวัยวะเพื่อเป็นการให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการให้อันยิ่งใหญ่ คือ การให้ชีวิตเพื่อนมนุษย์

 "โครงการนี้ทางเราได้จัดมาเป็นปีที่ 3 แล้ว จากจุดแรกที่เราได้เห็นผู้พิการต้องใช้ชีวิตแบบยากลำบาก และต้องอยู่ในโลกมืด ถ้าพวกเราลองปิดตาแล้วใช้ชีวิตแบบพวกเขา อย่างการอาบน้ำ รับประทานอาหาร หรือการทำกิจวัตรประจำวันว่าเป็นอย่างไร เมื่อไม่มีโอกาสได้รู้ถึงหน้าตาของอาหาร และถ้าให้พวกเราวาดภาพคนที่เรารัก ในโลกมืดมันจะออกมาเป็นอย่างไร เพื่อนผู้พิการทางสายตาเขาก็ต้องการที่จะเห็นคนที่เขารัก

 ด้วยสาเหตุนี้จึงจัดโครงการนี้ในเดือนแห่งความรัก ก็เพราะความรักเป็นสิ่งที่สวยงามที่ทุกคนต้องการจะได้ ทางเราเลยมอบความรักให้สังคมด้วยการนำชีวิตใหม่ให้พวกเขาได้ โดยการบริจาคดวงตาและอวัยวะ ที่ถือเป็นการให้อันยิ่งใหญ่ เพื่อให้เขาได้เห็นคนที่เขารัก และพวกเรายังสามารถให้โอกาสพวกเขาได้มองเห็นด้วยการบริจาคดวงตา ก็เป็นเหมือนเราให้ความรักและให้ชีวิตใหม่แก่เพื่อนผู้พิการทางสายตา" รุ่งฟ้า กล่าว

 ด้านผู้ให้ความรักทางความรู้ ผศ.พญ.ลลิดา ปริยกนก ผอ.ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย กล่าวว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ทุกคนที่มีสายตาปกติก็คงเข้าใจในความหมายนี้ แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในโลกของความมืดมาตลอดอาจยังไม่เข้าใจ แต่ทางศูนย์ดวงตาจะทำให้ความรักของคนตาบอดได้รู้จักในความหมายนี้ ว่าเป็นอย่างไร

  "หนุ่มสาวที่มีความรักให้ต่อคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง หรือต่อคนรัก ลองมองกลับกันกับผู้พิการทางสายตาที่เขาก็มีความรักเช่นเดียวกับเรา แต่คนที่เขารักนั้นได้แค่การสัมผัสจากปลายนิ้วมือ โดยที่เขามองไม่เห็น เราลองมามอบความรักด้วยการบริจาคดวงตาและอวัยวะ แต่การให้ความรักครั้งนี้มันไม่น่ากลัวอย่างที่บางคนเข้าใจว่า ถ้าบริจาคอะไรไปแล้วชาติหน้าเกิดมาก็จะไม่มีอวัยวะส่วนนั้น หรือ ถ้าเราบริจาคไปแล้วผู้รับเขาต้องการเลยนั้นเป็นความคิดที่ผิด

 ที่จริงแล้วคนที่บริจาคดวงตาหรืออวัยวะให้แก่เราก็เป็นการทำบุญอันยิ่งใหญ่ ที่เป็นการให้ชีวิตใหม่แก่ผู้ที่เขาต้องการมีความสุขเหมือนกับเราที่มีร่างกายครบสามสิบสอง แต่เขาจะมีความสุขยิ่งกว่าเมื่อเขาได้เห็นคนที่เขารัก แค่เรามอบโอกาสและเปิดใจให้แก่สังคม แค่นี้วันแห่งความรักของเราก็จะมีทุกวัน" ผอ.ศูนย์ดวงตาอธิบาย

 ปิดท้ายที่ผู้ได้รับความรัก วิรัช จันทร์เกลี้ยง ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดดวงตา เปิดเผยว่า มีความผิดปกติทางสายตาตั้งแต่กำเนิด พอโตขึ้นก็มองไม่เห็นมากกว่าเดิม และเริ่มมองไม่เห็นและอยู่ในโลกแห่งความมืดตั้งแต่ 3 ขวบจวบจนวันนี้กว่า 20 ปี

 "สาเหตุที่เริ่มมองไม่เห็นก็เพราะกระจกตามีปัญหาในการมองเห็น เวลาจะทำอะไรสักอย่างก็ต้องใส่แว่นอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าแว่นไม่ได้อยู่ตรงตาเมื่อไรก็จะลำบากในการมองเห็นเมื่อนั้น ส่วนตัวผมที่ได้เข้ามาอยู่ในโครงการนี้ ก็เพราะว่าเข้ามารักษาตัวกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แล้วเขาก็ส่งให้เข้ามาร่วมโครงการ ใช้เวลาในการรอกระจกตาก็ประมาณ 3-4 ปี ก็มีผู้บริจาคดวงตามาให้ ผมต้องขอขอบคุณที่ให้โอกาสในการมองเห็นอีกครั้ง ที่ทำให้ผมได้เห็นคนที่ผมรักทุกคน และต้องขอบคุณครอบครัวของผู้บริจาคและตัวผู้บริจาคมากๆ ที่เสียสละอวัยวะให้แก่ผม ทำให้ผมมีชีวิตใหม่ และผมขอให้ทุกคนมอบความรักกับเพื่อนผู้พิการให้มีโอกาสอย่างผมในการได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แค่บริจาคอวัยวะกับสภากาชาดไทยก็เท่ากับพวกคุณให้โอกาสพวกผมแล้วครับ" วิรัชกล่าว

 

"พีระพร ศรทอง"