
ต้องมากราบให้ได้ สักครั้งในชีวิต
ตลอดทั้งวันมีประชาชนทุกเพศทุกวัยแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์สีดำ เดินทางมาจากทั่วประเทศ
วันที่ 28 มกราคม 2560 ในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ภาคเอกชน และองค์กร ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ โดยแบ่งออกเป็น 4 รอบ เวลา 10.00 น., 14.30 น., 17.00 น. และเวลา 19.00 น. รอบละ 11 คณะ คณะละ 50 คน หมุนเวียนจนกว่าจะครบจำนวนเจ้าภาพตามที่แสดงความจำนง
เวลา 10.00 น. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการบริษัท นิวส์ เน็คเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นประธานบำเพ็ญกุศลและถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดนาคกลาง, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดศรีเบญจคาลัย จ.พิจิตร, วัดชัยสามหมอ จ.ชัยภูมิ, วัดป่าโคกกรุง จ.ชัยภูมิ, วัดปทุมาวาส จ.ชัยภูมิ, วัดใหญ่อินทาราม จ.ชลบุรี และวัดหนองสองห้อง จ.ชัยภูมิ ที่สวดพระพุทธมนต์ โดยมี กลุ่มบริษัททีนิวส์ มัลติมีเดีย, บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด, บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัทบริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), กองกำลังผาเมือง กองพลทหารม้าที่ 1 ร่วมกับคณะศิษย์ศรัทธาพระอาจารย์อารยวังโส วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย จ.ลำพูน, คีรีมันตราวิปัสสนารีสอร์ท หัวหิน พร้อมด้วยสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน), บริษัท สยามสปอร์ตซินดิเคท จำกัด (มหาชน), สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สศก.), คณะศิษย์วัดเขาใหญ่ญาณสัมปัณโณ, คณะชาวบ้านและประชาชน (คณะชาวครบุรีและคณะชมรมตัวแทนประกันชีวิตและวินาศภัย จ.ขอนแก่น) ร่วมเป็นเจ้าภาพ
สำหรับบรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ในวันที่ 28 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ให้ประชาชนเข้าไปรอขึ้นกราบ เวลา 04.45 น. โดยบรรยากาศตลอดทั้งวันมีประชาชนทุกเพศทุกวัยแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์สีดำ เดินทางมาจากทั่วประเทศ อาทิ สระบุรี สกลนคร เพชรบูรณ์ สุรินทร์ ขอนแก่น อ่างทอง ลำพูน เชียงใหม่ พะเยา นนทบุรี เพชรบุรี ตรัง ยะลา ฯลฯ มารอเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสบายช่วงเช้า และร้อนจัดในตอนบ่าย
สะแหล่ทู แสงกระแจ่มเรือง (ขวาสุด)
นายสะแหล่ทู แสงกระแแจ่มเรือง อายุ 49 ปี ชาวกะเหรี่ยงจากหมู่บ้านแม่แฮเหนือ ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เดินทางมากับเพื่อนๆในหมู่บ้าน ซึ่งทุกคนมีความตั้งใจว่าในชีวิตนี้จะต้องมาถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ได้ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้สร้างประโยชน์ให้กับแผ่นดินอย่างมหาศาล เสด็จฯ ไปยังถิ่นทุรกันดารโดยไม่สนว่าหนทางจะยากลำบากเพียงใด ทรงงานหนักเพื่อให้พวกเรากินดีอยู่ดี
“เดิมทีหมู่บ้านแม่แฮและหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียง ส่วนใหญ่ชาวบ้านเป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ม้ง ประกอบอาชีพทำนาและทำไร่เลื่อนลอย เช่น ปลูกข้าวโพด ปลูกฝิ่น และเลี้ยงสัตว์ พวกเรามักอพยพเคลื่อนที่หาที่เพาะปลูกจึงมีการบุกรุกเผาป่าไปเรื่อยๆ แต่ความเป็นอยู่ก็ยังไม่ดีขึ้น กระทั่งในหลวงร.9 ได้เสด็จฯมายังหมู่บ้านและเห็นความยากลำบาก จึงมีพระราชดำริก่อตั้งโครงการหลวงพัฒนาเกษตรที่สูงแม่แฮ แต่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ ที่ได้พัฒนาหมู่บ้าน พัฒนาพื้นที่การเกษตรให้กับชาวเขาโดยไม่ต้องทำลายป่าอีกต่อไป ซึ่ง ที่โครงการหลวงได้พัฒนาอาชีพให้แก่ชาวบ้าน มีแปลงสาธิตการผลิตพืชผักเมืองหนาว เช่น ผักกาดหวาน กะหล่ำปลีแดง พลับ องุ่น เป็นต้น สิ่งที่ในหลวง ร.9 ทรงทำให้แก่พวกเรานับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงที่เปลี่ยนชีวิตชาวเขาให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และไม่ยากลำลากอีกต่อไป”นายสะแหลทู กล่าว
เกิด มังกรแก้ว
นายเกิด มังกรแก้ว อายุ 72 ปี เกษตรกรปลูกอ้อย จากอ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เล่าว่าเดินทางมาพร้อมเพื่อนบ้านรวม 42 คนโดยเหมารถตู้ 3 คันออกจากบ้านเวลา 3 ทุ่ม มาถึงท้องสนามหลวงในเวลาตี 2 เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสมากราบสักการะพระบรมศพ ได้เข้ากราบตอน 9 โมงเช้าถือว่ารอคิวไม่นาน ตอนนั่งอยู่เบื้องหน้าพระบรมโกศรู้สึกสบายใจ และเป็นบุญที่ได้ใกล้ชิดขนาดนี้ จำได้ว่าเมื่อราว 30 กว่าปีก่อนเคยรับเสด็จฯ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ท่านเสด็จมาพร้อมสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มาทรงฝังลูกนิมิตที่วัดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ตอนนั้นตัวเองกำลังไถดินเตรียมปลูกอ้อยอยู่ ก็รีบไปรอรับเสด็จ คนมากันเยอะมาก ปลื้มใจที่ได้เห็นท่าน เป็นบุญจริงๆ ตอนท่านสวรรคตเสียใจมาก ไม่นึกว่าเร็วขนาดนี้
มีชัย ฤชุพันธุ์ (คนกลาง)
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการบริษัท นิวส์ เน็คเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่า วันนี้มาเป็นประธานในนามขององค์กรสื่อ ซึ่งได้รับรู้ความวิปโยคโศกเศร้าของประชาชนทั้งประเทศ รวมถึงตัวเองที่น้ำตาคลอทุกครั้งที่คิดถึงพระองค์ท่าน ระหว่างที่เป็นประธานบำเพ็ญกุศล ได้จับเวลาประชาชนที่เข้ามาถวายสักการะตั้งแต่เข้าสู่ด้านในเขตพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตลอดจนนั่งกราบและลุกออกไป ใช้เวลาถวายสักการะแค่ 15 วินาทีเท่านั้น แต่ต้องเข้าแถวต่อคิวรอคอยนานหลายชั่วโมง ซึ่งประชาชนทุกคนก็มีความตั้งใจ ไม่ย้อท้อที่จะมาถวายสักการะอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างหาที่สุดมิได้
"ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นเลิศพระราชาที่ยากจะหากษัตริย์องค์ใดเหมือน ทรงพระปรีชาสามารถในทุกๆ ด้าน อุทิศทั้งชีวิตของพระองค์ท่านเพื่อให้ประชาชนได้สุขสบายด้วยความรักและความมีเมตตาจิต นี่จึงเป็นเหตุผลที่ประชาชนชาวไทยรักพระองค์มาก"นายมีชัย กล่าว
ผอ.บุญรัตน์ คำหล้า (ขวาสุด)
นายบุญรัตน์ คำหล้า อายุ 58 ปี ผอ.โรงเรียนบ้านผ้าขาวโพนแพง อ.พังโคน จ.สกลนคร ที่พาคณะนักเรียนพร้อมครูมาแข่งขันวิชาการระดับประเทศด้านการทำอาหารจานเดียว ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เสร็จแล้วจึงถือโอกาสเดินทางมาถวายอาลัยในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วยการกราบสักการะอยู่ด้านนอกกำแพงพระบรมมหาราชวัง ซึ่งจริงๆ แล้วอยากเข้าคิวกราบเบื้องหน้าพระบรมโกศในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่ด้วยเวลาจำกัดเพราะต้องเดินทางกลับในวันนี้ แต่เพียงแค่นี้ก็รู้สึกปลื้มใจที่ได้มาอยู่ใกล้ๆ ท่าน จะนำความรู้สึกไปบอกกล่าวพร้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านโดยเฉพาะเรื่องความประหยัด พอเพียง ถ่ายทอดแก่ครูและนักเรียนที่ไม่มีโอกาสได้มา
“โรงเรียนเรามีนักเรียน 188 คน สอนเด็กออทิสติกด้วย เราจัดเนื้อหาเรื่องความพอเพียงเข้าในหลักสูตรการเรียนการสอนด้วย เน้นให้นักเรียนเข้าใจคำว่าประหยัดและปฏิบัติตามโดยได้แรงบันดาลใจมาจากในหลวง ร.9 ตั้งเป็นธนาคารโรงเรียนให้นักเรียนนำเงินมาฝากทุกเช้าตามกำลังจะมี ตอนนี้มียอดกว่า 4-5 แสนบาทแล้ว นักเรียนสามารถถอนได้เมื่อจบ ป.6 นำไปเป็นทุนในการศึกษาต่อระดับมัธยมต่อไป ตอนแรกพ่อแม่ผู้ปกครองไม่เข้าใจ แต่พอเห็นข้อดีของการเก็บออมก็สนับสนุน นอกจากนี้ยังมีเรื่องการทำเกษตรพอเพียงพานักเรียนปลูกผัก เช่น ต้นทานตะวันอ่อน ผักไฮโดรโปนิก ใช้ทำอาหารกลางวัน เหลือจากนี้ก็นำไปขายในหมู่บ้าน เป็นการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ควบคู่การศึกษา” ผอ.โรงเรียน กล่าว
ด้าน ด.ญ.กมลพร ธงศรีนารถ อายุ 11 ปี ชั้น ป. 5 บอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมถวายความอาลัยในหลวง ร.9 แม้จะไม่ได้เข้าไปกราลภายในก็ตาม รุ่นตัวเองเกิดไม่ทันได้เห็นท่านเสด็จไปทรงงานตามที่ต่างๆ แต่เรียนรู่ผ่านหนังสือและโทรทัศน์ ทรงช่วยเหลือราษฎรทุกคนที่เดือดร้อน ทรงสอนหลายเรื่องอย่างความประหยัดและพอเพียงเป็นเรื่องที่หนูทำได้ง่ายๆ ทุกวันนี้เก็บเงินวันละ 10 บาทฝากธนาคารโรงเรียน จะได้มีทุนเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นและเรียนหนังสือในภายภาคหน้า
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. หลังปิดการขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 22.35 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 47,952 คน รวม 86 วัน มียอดสะสม 3,780,604 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 3,289,028.30 บาท รวม 86 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 317,484,749.09 บาท



