
“แอร์พอร์ต ลิงก์” ซ้อมแผนเผชิญเหตุ
"รมว.คมนาคม" สั่ง "แอร์พอร์ต ลิงก์" ซ้อมแผนเผชิญเหตุรถไฟฟ้าขัดข้องกลางเส้นทาง โดยจำลองอพยพผู้โดยสารจากรถไฟฟ้าไปยังชาญชาลา มั่นใจพร้อมรับมือทุกสถานการณ์
ที่สถานีรถไฟฟ้ามักกะสัน - เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 27 มกราคม 2560 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มสายงานปฏิบัติการ และซ่อมบำรุง บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ร่วมกันจัดฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุของระบบการขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ครั้งที่ 2 ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อเผชิญเหตุตามแผนบริหารความเสี่ยง และแผนเผชิญเหตุของระบบการขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหากรณีเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคของระบบขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานคร
นายสุเทพ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงคมนาคมได้ร่วมกับหน่วยงานภายใต้สังกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 13 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจราจร องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อเผชิญเหตุตามแผนบริหารความเสี่ยงและเผชิญเหตุของระบบการขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2559
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหากรณีเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคของระบบขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามขั้นตอนและวิธีการที่ได้กำหนดไว้ในคู่มือแผนบริหารความเสี่ยงและเผชิญเหตุของระบบการขนส่งสธารณะทางรางในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพื่อที่ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสามารถแก้ไข และบรรเทาเหตุการณ์จนสามารถกลับมาให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากบันทึกความร่วมมือดังกล่าวได้กำหนดให้ผู้ให้บริการรถเดินรถไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด (มหาชน) และ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ เป็นประจำทุก 4 เดือน ซึ่งบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อมเผชิญเหตุ ครั้งที่ 2
นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ได้กำหนดให้มีการฝึกซ้อมในเหตุการณ์รถไฟฟ้าจอดกลางเส้นทางหลักเนื่องจากไม่ได้รับการจ่ายไฟจากระบบสายส่งไฟฟ้าเหนือหัว และได้จำลองเหตุการณ์ในการฝึกซ้อมออกเป็น 2 เหตุการณ์ คือ การอพยพผู้โดยสารจากขบวนรถไฟฟ้าไปยังขบวนรถไฟฟ้าช่วยเหลือ (Train To Train) และ อพยพผู้โดยสารลงราง (Train To Track) ซึ่งเป็นการจำลองเหตุกาณ์เดียวกันกับการฝึกซ้อมแผนอพยพเคลื่อนย้ายผู้โดยสารกรณีเกิดเหตุขัดข้องกับรถไฟฟ้าที่บริษัทฯจัดเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการอพยพผู้โดยสารจากขบวนรถไฟฟ้าที่เสียในเส้นทางหลักอยู่แล้ว โดยครั้งล่าสุดได้ทำการฝึกซ้อมในวันที่ 29 มีนาคม 2559 และ
"สำหรับการมีการฝึกซ้อมครั้งนี้ได้ สมมุติให้เวลา 12.30 น. เกิดเหตุการณ์กระแสไฟที่จ่ายให้ขบวนรถไฟฟ้า ไม่สามารถจ่ายไฟได้ ตั้งแต่สถานีพญาไท ถึงสถานีมักกะสัน ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก และทำให้รถไฟฟ้า City01 หยุดกลางเส้นทางหลักโดยจอดเลยสถานีมักกะสันมุ่งหน้าไปทางสถานีสุวรรณภูมิ 200 เมตร ฝั่งขาออก โดยมีผู้โดยสารติดอยู่ในขบวนรถจำนวนมาก และไม่สามารถนำรถไฟฟ้าขบวนช่วยเหลือมาทำการต่อพ่วง เพื่อทำการอพยพผู้โดยสารแบบ Train to Platform (จากรถไฟฟ้าไปชานชาลา) สามารถนำรถไฟฟ้าขบวนช่วยเหลือมาจอดเทียบเพื่ออพยพแบบ Train to Train (จากรถไฟฟ้าไปรถไฟขบวนช่วยเหลือ) ได้ ให้หัวหน้าควบคุมการเดินรถ สั่งการให้พนักงานขับรถ City01 ทำการอพยพผู้โดยสารโดยวิธี Train to Track (จากรถไฟฟ้าไปสู่ราง) โดยให้ทีมช่วยเหลือจากสถานีมักกะสันไปช่วยทำการอพยพและนำทางผู้โดยสารกลับมายังสถานีมักกะสัน และให้หัวหน้าที่ควบคุม "รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวเสริม
นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่า การเดินรถ สั่งการให้มีการเดินรถแบบ Short Loop (การเดินรถแบบรอบเส้นทางระยะสั้น)ระหว่างสถานีหัวหมากถึงสถานีสุวรรณภูมิ ส่วนสถานีที่เหลือให้ทำการปิดสถานี ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฯดังกล่าว จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมในการปฏิบัติตามคู่มือแผนบริหารความเสี่ยงและเผชิญเหตุของระบบการขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และประสานงานร่วมกัน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหากรณีเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคของระบบขนส่งสาธารณะทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสามารถได้กลับมาให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว



