
6 จอมเตะพร้อมเกินร้อย ล่าทองเทควันโดลุงแซม
6 นักเทควันโดพร้อมเกินร้อยล่าทอง ศึกเก็บแต้มแร็งกิ้งโลก "ยู.เอส.โอเพ่น" ที่ลาสเวกัส วันที่ 30 ม.ค.-5 ก.พ.นี้ "โค้ชเช" เชื่อมั่นทุกคนมีโอกาสขอให้เล่นตามฟอร์ม
ความเคลื่อนไหวทัพจอมเตะเทควันโดทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมจัดอันดับโลกรายการแรกของปีนี้ หรือศึก “ยู.เอส.โอเพ่น 2017” ระดับจี 2 โดย "แชมป์" ในแต่ละรุ่นจะได้รับคะแนนสะสม 20 แต้ม ที่จะเริ่มเปิดฉากขึ้นช่วงวันที่ 30 ม.ค.จนถึงวันที่ 5 ก.พ.นี้ ณ เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐฯ ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ดร.สมคิด ปิ่นทอง เลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้จัดการทีมชาติได้พานักกีฬาทั้ง 6 คน ประกอบด้วย ชาย รุ่น 58 กก. "เทม" เทวินทร์ หาญปราบ ดีกรีเหรียญเงินริโอเกมส์ 2016 ที่บราซิล, รุ่น 54 กก."จูเนี่ยร์" รามณรงค์ เสวกวิหารี อดีตเหรียญทองยู.เอส.โอเพ่น, รุ่น 63 กก. "นัท" ณัฐวีร์ กล่อมพงษ์ อดีตเหรียญทองซีเกมส์ และ หญิง รุ่น 46 กก. "มิ้นท์" นภาพร จรณวัต เจ้าของแชมป์เยาวชนโลกคนล่าสุด ที่แคนาดา, รุ่น 53 กก. "เทนนิส" พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ อดีตแชมป์โลก ในฐานะเจ้าของเหรียญทองแดงริโอเกมส์ 2016 และ รุ่น 57 กก. "นก" พรรณภา หาญสุจินต์ อดีตเหรียญทองซีเกมส์ ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยเที่ยวบิน เคอี 660 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ก่อนออกเดินทาง ดร.สมคิด เปิดเผยว่า เวลานี้นักกีฬาทั้ง 6 คนมีความพร้อมสมบูรณ์เต็มที่ หลังได้เข้าโปรแกรมการฟิตซ้อมมาเป็นอย่างดีจากทีมงานสตาฟฟ์โค้ชช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์และผ่านเวทีระดับนานาชาติมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะ 3 ตัวหลักในริโอเกมส์ทั้ง เทวินทร์, พาณิภัค และ พรรณนภา แม้ว่า จะห่างหายจากเวทีการแข่งขันไปพอสมควรหลังจบโอลิมปิก แต่ทุกคนก็มีความพร้อมและทุ่มเทเต็มที่ในการคว้าเหรียญรางวัลรายการนี้กลับมา เนื่องจากนักกีฬาทั้ง 3 คนยังมีไฟและความต้องการในการพิสูจน์ตัวเองอยู่ ยิ่งในศึกโตเกียวเกมส์ปี 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น หากจอมเตะทั้ง 3 คนยังรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีอยู่ก็น่าจะมีสิทธิ์ไปล่าความสำเร็จได้อีกครั้ง
ขณะที่ "โค้ชจอมเฮี้ยบ" เช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ ได้กล่าวว่า นักกีฬาทั้งหมดมีโอกาสหยิบเหรียญรางวัลมาได้พอๆกัน ซึ่งทุกอย่างคงขึ้นอยู่กับการจับสลากแบ่งสายและจำนวนนักกีฬาที่้เข้าร่วมเป็นหลักว่า แข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวอยากให้นักกีฬาทุกคนเล่นในฟอร์มของตัวเองที่ได้ฟิตซ้อมมา อย่าไปตื่นเต้นหรือเกร็งมากจนเกินไปนัก ที่ผ่านมานักเทควันโดไทยสร้างผลงานในรายการนี้ด้วยการคว้าเหรียญทองกลับมาได้ตลอด ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันส่วนตัวมีความเชื่อมั่นว่า เป้าหมาย 1 เหรียญทองตามที่ "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมฯ ได้วางไว้นั้นคงไม่ไกลเกินจริง
เพราะนักกีฬาทั้ง 6 คนเป็นตัวเก่าในรุ่นประชาชนถึง 5 คน จะมีหน้าใหม่ที่ขึ้นมาเตะในรุ่นประชาชนแค่คนเดียวเท่านั้นคือรุ่น 46 กก. "มิ้นท์" นภาพร ซึ่งเวลานี้ทุกคนก็พร้อมเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วในการล่าเหรียญรางวัลครั้งนี้ เพราะเป็นแมทช์สำคัญในการเก็บคะแนนสะสมจัดอันดับแร็งกิ้งโลกด้วย แน่นอนว่า ทั้ง 6 คนมีโอกาสสร้างผลงานตัวเองให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อจะได้มีโอกาสผ่านการควอลิฟายไปร่วมโอลิมปิกเกมส์อีก 3 ปีข้างหน้าที่กรุงโตเกียว นอกจากนี้ตัวเองยังจะได้ดูฟอร์มของ พาณิภัค ที่ขยับจากรุ่น 49 กก.มาเตะในรุ่น 53 กก.เป็นพิเศษด้วยว่า เจ้าตัวไหวแค่ไหน ยังมีจุดบอดต้องแก้ไขอะไรอีกหรือไม่ ตลอดจนคู่แข่งในแต่ละประเทศด้วยว่า พัฒนาอย่างไรบ้าง



